ตร.ทท. ร่วมกับ ปปง.เยียวยาผู้เสียหายจากแก๊ง caLlCenter

0
456

ตร.ทท. ร่วมกับ ปปง.เยียวยาผู้เสียหายจากแก๊ง caLlCenter

พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธานส่งมอบเงินคืนให้ผู้เสียหาย รวม 11 ราย รวมเป็นเงิน 1,641,264.47 บาท พร้อมมอบโล่แก่ผู้แทนธนาคารที่ให้ความร่วมมือในการทลายเครือข่าย Call Center ข้ามชาติ

วันนี้ ( 12 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธานการแถลงข่าวยุทธการทลายเครือข่าย แก็ง Call Center ข้ามชาติ โดยมี นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานป้องกัน และ ปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมด้วย รองเลขาธิการ กสทช., ผบช.ทท., รอง ผบช.ก., ผู้แทนเครือข่ายโทรศัพท์, ผู้แทนธนาคาร และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีส่งมอบเงินคืนให้กับผู้เสียหาย รวม 11 ราย เป็นเงิน 1,641,264.47 บาท พร้อมมอบโล่แก่ผู้แทนธนาคารที่ให้ความร่วมมือในการทลายเครือข่าย Call Center ข้าม

โดย นายพีระพัฒน์ เปิดเผยว่า สำหรับประชาชนท่าาใดที่ถูกแก๊งคอลเซ็ลเตอร์โทรศัพท์เข้ามาหลอกลวงขอให้รีบแจ้งศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานป้องกัน และ ปราบปราม ได้ทันทีผ่านหมายเลขสายด่วน 1710 และ ขอแจ้งเตือนการหลอกลวงรูปแบบใหม่ โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะทำการปลอมแปลงหมายศาลส่งไปถึงประชาชน ก่อนจะอ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือ การฟอกเงิน หลังจากนั้นจะหลอกถามข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหาย โดยอ้างว่า หากผู้เสียหายต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์จะต้องทำโฉนดที่ดิน บ้าน รถ สมุดเงินฝากให้มาตรวจสอบ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวจนหลงเชื่อ ก่อนจะถูกหลอกจนสูญเสียเงินจำนวนมากในที่สุด

นายพีรัพัฒน์ ยังระบุอีกว่า ในปัจจุบันแก๊งคอลเซ็ลเตอร์ มีรการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงให้แนบเนียนมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวจนหลงเชื่อในที่สุด แต่จะมีวัตถุประสงค์เหมืนกันทุกวิธี คือ จะทำทุกอย่างให้ผู้เสียหายโอนเงินมาให้ได้ ซึ่งทางสำนักงานป้องกัน และ ปราบปรามการฟอกเงิน ขอเตือนว่า เจ้าหน้าที่ของหน่วยงายภาครัฐ ไม่มีนโยบายเรียกเงินรับจากประชาชน เพื่อช่วยเหลือด้านคดีความอย่างแน่นอน และ หากประชาชนท่านใดรู้ตัวว่า ตกเป็นผู้เสียหายควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อที่จะสามารถติดตามเงินคืนให้ได้โดยเร็ว

สำหรับสถิติการจับกุมแก๊งคอลเซ็ลเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 จนถึงปัจจุบัน มีผู้แจ้งผ่านสายด่วยสำนักงานป้องกัน และ ปราบปรามการฟอกเงินแล้ว จำนวน 157 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 67 ล้านบาท และ สามาระยับยั้งได้ทัน จำนวน 18 ราย มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท