พุทธศาสนิกชนร่วมสืบสานภูมิปัญญาชาวบ้าน ตำนานจากเมล็ดฝ้ายสู่ไตรจีจรและร่วมเป็นเจ้าภาพงานทอฝ้ายเป็นสายบุญจุลกฐิน

0
84

พุทธศาสนิกชนร่วมสืบสานภูมิปัญญาชาวบ้าน
ตำนานจากเมล็ดฝ้ายสู่ไตรจีจรและร่วมเป็นเจ้าภาพงานทอฝ้ายเป็นสายบุญจุลกฐิน
วัดบ้านบึง ประจำปี 2561วัดแรกในจังหวัดพิษณุโลกที่จัดขึ้นตามประเพณีโบราณ
วันที่ 9 สิงหาคม 2561 พระอธิการสมบัติ เขมวีโร เจ้าอาวาสวัดบ้านบึง ได้กำหนดการมหาบุญจุลกฐิน ปลูกฝ้ายมงคล ที่วัดแรกในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมตามโบราณประเพณีขึ้น วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม 2561
ณ. วัดบ้านบึง ตำบลศรีภิรมย์ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก
เวลา 14.00 น. คณะสายบุญทุกท่านเดินทางถึงมณฑลพิธี วัดบ้านบึง
ชมขบวนแห่ต้นกล้าฝ้ายมงคล
นำต้นกล้าฝ้ายเข้าพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเกิดความเป็นสิริมงคล
กล่าวคำอธิฐานปลูกต้นกล้าฝ้ายมงคล
เรียนเชิญเจ้าภาพทุก ๆ ท่าน ปลูกฝ้ายมงคล พระสงฆ์เจริญชัยมงคล
ถวายจตุปัจจัยไทยทานแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์อนุโมทนาเป็นอันเสร็จพิธี จากต้นฝ้ายสู่ผ้าไตรจีวร มหาบุญจุลกฐินสามัคคี
จุลกฐิน หรือ กฐินแล่น เป็นกฐินที่ต้องอาศัยความร่วมมือของคนหมู่มาก ต้องเร่งรีบทำให้เสร็จ เลยเรียกว่า กฐินแล่น (ความหมายคือเร่งรีบ ฟ้าว ต้องแล่น (วิ่ง) จึงจะเสร็จทันกาล) เจ้าภาพผู้ที่จะคิดทำจุลกฐินเพื่อทอดถวาย ณ วัดใดวัดหนึ่งจะต้องมีบารมี มีพวกพ้องคอยช่วยเหลือ เพราะต้องเริ่มจากการนำฝ้ายที่แก่ใช้ได้แล้วแต่ยังอยู่ในฝัก มีปริมาณมากพอที่จะทำเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่งได้แล้ว ทำพิธีสมมติว่าฝ้ายจำนวนนั้นได้มีการหว่านแตกงอก ออกต้น เติบโต ผลิดอก ออกฝักแก่สุก แล้วเก็บมาอิ้วเอาเมล็ดออก ดีดเป็นผง ทำเป็นเส้นด้าย เบียออกเป็นไจ กรอออกเป็นเข็ด แล้วฆ่าด้วยน้ำข้าว ตากให้แห้ง ใส่กงปั่นเส้นหลอด ใส่กระสวยเครือแล้วทอเป็นแผ่นผ้าตามขนาดที่ต้องการนำไปทอดเป็นผ้ากฐิน
เมื่อพระสงฆ์รับผ้านั้นแล้ว มอบแก่พระภิกษุผู้เป็นองค์ครอง ซึ่งพระภิกษุองค์ครองจะจัดการต่อไปตามพระวินัย หลังจากนั้นผู้ทอดต้องช่วยทำต่อ คือ นำผ้านั้นมาขยำ ทุบ ซัก แล้วไปตากให้แห้ง นำมาตัดเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่ง แล้วเย็บย้อม ตากแห้ง พับ ทับรีดเสร็จเรียบร้อยนำไปถวายพระภิกษุองค์ครองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ท่านทำพินทุอธิษฐาน เสร็จการพินทุอธิษฐานแล้วจะมีการประชุมสงฆ์ แจ้งให้ทราบ พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดจะอนุโมทนาเป็นเสร็จพิธีจุลกฐิน
จุลกฐิน เป็นคำเรียกพิธีทอดกฐินที่ต้องเร่งรีบทำให้เสร็จภายในวันเดียว เริ่มตั้งแต่ปั่นฝ้ายทอเป็นผืนผ้า เย็บ ย้อม ตากแห้งแล้วนำไปทอดเป็นผ้ากฐิน พระสงฆ์รับแล้วก็รีบกรานกฐินในวันนั้นด้วย ทำดังนี้จึงเป็นจุลกฐิน
“จุลกฐิน”  โดยอาศัยความสามัคคีของผู้ศรัทธาจำนวนมาก  เพื่อผลิตผ้าไตรจีวรให้สำเร็จด้วยมือภายในวันเดียว กล่าวคือ  ต้องเริ่มตั้งแต่เก็บฝ้าย  ตัดเย็บ  ย้อม  และถวายให้พระสงฆ์กรานกฐินให้เสร็จภายในเวลาเช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งของอีกวันหนึ่ง  ดังนั้นโบราณจึงนับถือกันว่าการทำจุลกฐินมีอานิสงส์มากยิ่งนัก  เพราะต้องใช้ความอุตสาหพยายามมากกว่ากฐินแบบธรรมดา  (มหากฐิน)  ภายในระยะเวลาอันจำกัด  โดยจุลกฐินนี้  ปัจจุบันมักจัดเป็นงานใหญ่  มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ปรีชา นุตจัรส ราย งาน