ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 17 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4

0
505

ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 17 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4

ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชน เป็นวาระแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 577/2561 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2561 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว โดยในวันนี้ (9 พฤศจิกายน 2561) ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พลตำรวจตรี กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร.ชุดที่ 5,6,7,8 และ 9 ได้ประสานการปฏิบัติกับ พลตำรวจโท สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, พลตำรวจตรี สมชาย นุ่มโต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยหน่วยทหารและฝ่ายปกครองในพื้นที่ ดำเนินการภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ ๑7 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปิดล้อมตรวจค้นยึด/อายัดทรัพย์สินของกลุ่มนายทุนเงินกู้ผู้ต้องหา และเพื่อค้นหาพยานหลักฐานตามเรื่องร้องเรียน ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 6 เป้าหมาย 11 จุด และเข้าปิดล้อมตรวจค้นสถานที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ตามเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับนายทุนเงินกู้นอกระบบของประชาชน ในจังหวัดหนองบัวลำภู และอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น จำนวน 5 เป้าหมาย 7 จุด โดยผลการปฏิบัติ สรุปได้ดังนี้
​1.จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ประกอบด้วย นางสุกานดา แซ่เซีย และนายดุลยภาส มกรารัตน์
​2. แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย ได้แก่ นายนาย ขันโมลี
​3.ยึด/อายัดทรัพย์สิน ผู้ต้องหา ประกอบด้วย
​​3.1 อาคารพาณิชย์ ​​จำนวน ​​15 ​คูหา
​​3.2 รถยนต์​​​จำนวน ​​24 ​คัน
​​3.3 บ้าน 2 หลัง พร้อมที่ดิน​จำนวน ​​8 ​ไร่
​​3.4 ปืนยาว​​​จำนวน ​​21 ​กระบอก
​​3.5 ปื้นสั้น​​​จำนวน ​​9 ​กระบอก
​​​​มูลค่าทรัพย์สินรวม 87 ล้านบาท
​4.ตรวจยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 1,084 ฉบับ มูลค่ารวม 3,252 ล้านบาท
รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง อีกจำนวนหลายรายการ

ตรวจยึดโฉนดที่ดิน รวม 1,084 ฉบับ
ยึด/อายัดทรัพย์สิน รวมมูลค่า 3,339 ล้านบาท