หอการค้าญี่ปุ่น-ซีพีเอฟ-มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบทฯส่งเสริม นร.เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน

0
71

หอการค้าญี่ปุ่น-ซีพีเอฟ-มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบทฯส่งเสริม นร.เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน

(7 ธันวาคม 2561) กระบี่ – หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพ หรือ JCC ร่วมกับ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ส่งมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหาร
กลางวันให้โรงเรียน 5 แห่ง มูลค่ารวม 1.55 ล้านบาท ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 จ.กระบี่ สานต่อโครงการฯเข้าสู่ปีที่ 19 ช่วย
ลดปัญหาทุพโภชนาการของเด็กในพื้นที่ห่างไกล และเป็นรร.ลำดับที่ 719 ภายใต้โครงการ “เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน”

นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่ยังมีโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้
ตอนบน ซึ่งมีประชากรส่วนหนึ่งอาศัยอยู่บนพื้นที่ป่าภูเขา การส่งมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนให้แก่ 5 โรงเรียน
ในปีนี้ เป็นโรงเรียนในเขตภาคใต้ 4 แห่ง และเขตภาคกลาง 1 แห่ง ถือเป็นโอกาสที่ดีที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 จังหวัดกระบี่
เป็นหนึ่งใน 5 โรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกโครงการฯ ซึ่งจะทำให้เด็กนักเรียนมีแหล่งผลิตโปรตีน ได้อาหารทานอิ่มท้อง
ทำให้สมองแจ่มใส หวังว่าโรงเรียนที่ได้รับโอกาสในครั้งนี้จะสามารถดำเนินการบริหารจัดการไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน เพื่อเป็น
แบบอย่างให้แก่โรงเรียนอื่นๆ ต่อไป

“ในนามของประชาชนชาวกระบี่ ขอขอบคุณหอการค้าญี่ปุ่น – กรุงเทพฯ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สพฐ. และซีพีเอฟให้
ความสำคัญกับการส่งเสริมการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัยสำหรับเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็น
โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ” รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่กล่าว

นายบรรเจิด หอมบุญมา รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท
สพฐ. และหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ สนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันนักเรียนในรูปแบบที่โรงเรียนสามารถพึ่งตนเองได้
อย่างยั่งยืนภายใต้โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ช่วยลดปัญหาทุพโภชนาการของนัก
เรียน โดยในปีนี้ได้สนับสนุนโรงเรียน 5 แห่ง คือ 1.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 อ.เขาพนม จ.กระบี่ 2. โรงเรียนวัดอรัญคามวารี อ
.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี 3.โรงเรียนชุมชนบ้านเขาหลาง อ.ละแม จ.ชุมพร 4. โรงเรียนบ้านทองอินทร์ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบ
คีรีขันธ์ และ 5.โรงเรียนวัดหัวค่าย (พิศาลอุปถัมภ์)อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

ที่ผ่านมา ซีพีเอฟสนับสนุนโครงการฯ ใน 3 ด้านหลัก คือ 1.ด้านการให้ความรู้ ให้คำปรึกษา การเลี้ยงและการบริหารจัดการ ซึ่งปัจจุบัน
ได้จัดทำเป็นคู่มือการดำเนินงานโครงการฯสำหรับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถดูแลและติดตามได้อย่างครบถ้วนทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งจัดทำคู่มือการเลี้ยงไก่ไข่สำหรับครูและนักเรียน เพื่อให้เลี้ยงและจัดการได้อย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการและการ
สุขาภิบาล ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการเลี้ยงได้ตามเกณฑ์ตามมาตรฐาน 2.การสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ พันธุ์สัตว์ และอาหาร
สัตว์ แก่โรงเรียน ผ่านระบบสมาชิกโครงการฯ และ 3.ร่วมติดตามโครงการฯ โดยเจ้าหน้าที่สัตวบาลจะไปเยี่ยมโรงเรียนในเขตพื้นที่รับ
ผิดชอบอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายชินจิ นาคาโนะ ประธานส่วนการศึกษา คณะกรรมการฝ่ายความช่วยเหลือสังคม หอการค้าญี่ปุ่น –กรุงเทพฯ (JCC)กล่าวว่า
ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา JCC ได้ร่วมสนับสนุนโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งผ่านความช่วยเหลือแก่เด็ก
และเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลรวม 117 โรงเรียน มูลค่ารวม 25.42 ล้านบาท โดยในปีนี้ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 19 ได้สนับสนุนและส่งมอบโครงการ
ให้แก่ 5 โรงเรียน มูลค่ารวม 1.55 ล้านบาท ซึ่งรูปแบบการดำเนินการ JCC ให้การสนับสนุนงบประมาณสำหรับก่อสร้างโรงเรือน การ
ติดตั้งอุปกรณ์การเลี้ยง พันธุ์ไก่ไข่ อาหารสัตว์สำหรับการเลี้ยง เกิดประโยชน์ต่อนักเรียน ครู ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารโปรตีน มีไข่ไก่สดบริโภคในชุมชน ก่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

“หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ มีการดำเนินกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและ
ประเทศญี่ปุ่น การสนับสนุนกิจกรรมทางสังคม และการพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งการดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนัก
เรียน ส่งผลให้โรงเรียนมีเงินกองทุนหมุนเวียนขยายผลสู่กิจกรรมอื่นๆ เกิดการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน เด็กนักเรียนกว่า 34,000 คน และ
ครู 900 คน ได้เรียนรู้การบริหารจัดการ ผลผลิตจากโครงการยังเอื้อประโยชน์ต่อเยาวชนได้บริโภคไข่ไก่สดในราคาที่เหมาะสม”
ประธานส่วนการศึกษา คณะกรรมการฝ่ายความช่วยเหลือสังคม หอการค้าญี่ปุ่น –กรุงเทพฯกล่าว

นายบำรุง ฤทธิรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ เขต 1 สพฐ. กล่าวว่า โรงเรียนในส่วนของสพฐ.ได้รับ
การสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาทุพโภชนาการของนักเรียนแต่ไม่พอเพียง การที่ JCC เข้ามาร่วมสนับสนุน ถือเป็น
การบูรณาการงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน ส่งผลให้นักเรียนมีอาหารอิ่มท้องและมีภาวะโภชนาการที่ดี ส่งเสริมนักเรียนได้เรียนรู้จาก
การปฏิบัติจริง เกิดการฝึกทักษะอาชีพแบบครบวงจร ทั้งการผลิต การจัดการ และการตลาด การดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19
ของภาคีความร่วมมือ แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ในการมีส่วนร่วมพัฒนาเยาวชนของชาติให้มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ เป็น
กำลังที่สำคัญของประเทศต่อไป

ทั้งนี้ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และซีพีเอฟน้อมนำแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
ที่ทรงห่วงใยเรื่องภาวะโภชนาการของเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร มาดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน นับ
ตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 718 โรงเรียน ซึ่งการส่งมอบโครงการฯในวันนี้ ณ โรงเรียนราช
ประชานุเคราะห์ 37 จังหวัดกระบี่ เป็นโรงเรียนลำดับที่ 719 ของโครงการฯ ./