ศรีสะเกษ ฆ่าโหดหลวงตาคากุฏิเอาพริกป่นโรยตาจับฆาตรกรโหดได้แล้ว ที่แท้เป็นอดีตพระลูกวัดที่โดนหลวงตาแจ้งตำรวจจับสึกฐานเสพยาบ้าในวัด

0
190

ศรีสะเกษ ฆ่าโหดหลวงตาคากุฏิเอาพริกป่นโรยตาจับฆาตรกรโหดได้แล้ว ที่แท้เป็นอดีตพระลูกวัดที่โดนหลวงตาแจ้งตำรวจจับสึกฐานเสพยาบ้าในวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ได้เกิดเหตุฆ่าโหดหลวงตาคำตา อินทวโส อายุ 86 ปี ภายในกุฎิวัดมะยาง ต.หนองแค อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ อย่างโหดเหี้ยม โดยคนร้ายได้ใช้มีดฟันศีรษะหลายแผล จนทำให้หลวงตาเสียชีวิตบริเวณหน้าห้องน้ำภายในกุฏิ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 13 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุด พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้สั่งตั้งชุดเฉพาะกิจตำรวจภูธร จ.ศรีสะเกษ ออกไล่ล่าคนร้ายรายนี้ เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชนเป็นอย่างมาก ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 22 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ แสงเทพ รอง ผกก.(สอบสวน) พร้อมด้วย ร.ต.อ.บุญเทียม แสงภารา พนักงานสอบสวน ได้นำตัว นายสุรพรรค์ เครือแสง หรือไก่ คิ้วยักษ์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 5 ต.หนองแค อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ มาทำการสอบสวนเพิ่มเติมต่อหน้า นายไพโรจน์ โนนใหญ่ ทนายความ และนางบุญชู มณีศรี อายุ 42 ปี แม่ของนายสุรพรรค์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมนายไก่ เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 21 ธ.ค.61 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย เนื่องจากการสอบสวนและจากการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน พบว่า นายสุรพรรค์ หรือไก่ เป็นผู้ต้องหาฆ่าหลวงตาคำตาภายในกุฏิวัดมะยาง เนื่องจากว่าคดีนี้มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต จึงได้มีการสอบปากคำต่อหน้าทนายความและแม่ของผู้ต้องหา

จากการสอบสวนนายสุรพรรค์ เครือแสง หรือไก่ คิ้วยักษ์ ให้การว่า ตนเคยบวชเป็นพระที่วัดมะยางในช่วงเข้าพรรษานาน 4 เดือน จากนั้น ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมภายในวัดมะยาง และได้ถูกจับสึก และขณะนี้อยู่ในระหว่างประกันตัวต่อสู้คดี จากนั้น ตนก็ได้กลับออกมาอยู่บ้าน ซึ่งขณะที่เกิดเหตุฆ่าหลวงตาคำตานั้น ตนพักอาศัยอยู่ที่บ้านกับยายของตน ซึ่งอยู่ห่างจากวัดมะยางประมาณ 400 เมตร และไม่ทราบว่ามีเหตุการณ์ฆ่าหลวงตาคำตาแต่อย่างใด ซึ่งตนขอปฏิเสธข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ตนขอรับสารภาพข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย เนื่องจากผลการตรวจปัสสาวะมีผลเป็นสีม่วง ซึ่งตนจะขอต่อสู้คดี เพื่อความเป็นธรรมของตัวเองอย่างเต็มที่

พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการที่พนักงานสอบสวนคดีนี้ได้ทำการสอบสวนแล้วทราบว่า นายสุพรรค์ หรือไก่ เคยบวชเป็นพระลูกวัดของวัดมะยาง แต่เนื่องจากว่า หลวงตาคำตา ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่และจำวัดอยู่ที่กุฏิเดียวกัน โดยนายสุพรรค์หรืออดีตพระสุพรรค์ จะจำวัดอยู่ที่ชั้นบน ส่วนหลวงตาคำตาจำวัดอยู่ชั้นล่าง และหลวงตาคำตาพบว่า อดีตพระสุพรรค์มีพฤติกรรมในการเสพยาบ้าและมีเพื่อนวัยรุ่นมามั่วสุมเสพยาบ้าในวัด ดังนั้น หลวงตาคำตาจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ราษีไศลให้ไปทำการจับกุม และได้จับสึกมาดำเนินคดีในข้อหาเสพยาบ้า ขณะนี้อยู่ในช่วงของการส่งพิสูจน์ฟื้นฟูและนายสุพรรค์ได้รับการประกันตัวออกมา ซึ่งหลังจากเกิดเหตุฆ่าหลวงตาคำตา พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยการตรวจสอบลายนิ้วมือของผู้ต้องสงสัย จำนวน 3 ราย ภายในหมู่บ้าน และพบว่าลายนิ้วมือในสถานที่เกิดเหตุ รวมทั้งพยานหลักฐานต่าง ๆ ตรงกับลายนิ้วมือของนายสุรพรรค์หรือไก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ราษีไศล จึงได้ทำการจับกุมตัวนายไก่ คิ้วยักษ์ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยตั้ง 3 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ซึ่งนายสุรพรรค์ได้ให้การปฏิเสธในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ให้การรับสารภาพในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ซึ่งตนมั่นใจว่าพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จะสามารถมัดตัวผู้ต้องหาได้ โดยพนักงานสอบสวน สภ.ราษีไศล จะได้นำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังครั้งที่ 1 ที่ศาล จ.ศรีสะเกษ ในวันนี้ ศิริเกษ หมายสุข / ศรีสะเกษ