หัวหน้าอุทยานฯภูหินร่องกล้า ออกราดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า รวบผู้กระทำผิดจับสัตว์ป่าคุ้มครองพร้อมของกลางส่งตำรวจตอนตีสาม ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 3 เกาะติด 3 ปฏิบัติ เตือน ปราม ห้ามล่าหรือจับสัตว์ป่าเด็ดขาด โทษหนักถึงเป็นสัตว์ตัวเล็กแต่..ก็มีผลต่อระบบนิเวศ

0
103

หัวหน้าอุทยานฯภูหินร่องกล้า ออกราดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า รวบผู้กระทำผิดจับสัตว์ป่าคุ้มครองพร้อมของกลางส่งตำรวจตอนตีสาม ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 3 เกาะติด 3 ปฏิบัติ เตือน ปราม ห้ามล่าหรือจับสัตว์ป่าเด็ดขาด โทษหนักถึงเป็นสัตว์ตัวเล็กแต่..ก็มีผลต่อระบบนิเวศ

หัวหน้าอุทยานภูหินร่องกล้า ออกราดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า รวบผู้กระทำผิดจับสัตว์ป่าคุ้มครองพร้อมของกลางส่งตำรวจตอนตีสาม ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เตือน ปราม ห้ามล่าหรือจับสัตว์ป่าเด็ดขาด โทษหนักถึงเป็นสัตว์ตัวเล็กแต่..ก็มีผลต่อระบบนิเวศ
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 เวลา 03.00 น. คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า นำโดย นายบุญช่วย ชุนหกิจ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ได้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ในเขตอุทยานฯ บริเวณป่าห้วยหนองเป็ด หมู่ที่ 5 ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ขณะออกตรวจมาถึงบริเวณคณะเจ้าหน้าที่ตรวจพบรถอีโก้ง จำนวน 1 คัน มีลักษณะต้องสงสัย จึงทำการวางแผนดักซุ่มบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ต่อมาสังเกตเห็นแสงไฟฉายส่องอยู่ จึงได้ทำการเข้าตรวจสอบพบชายคนหนึ่งกำลังเดินอยู่บริเวณดังกล่าว โดยมีถุงผ้าสะพายหลังและถุงไนลอนตาข่ายสะพายอยู่ที่ไหล่ด้านซ้าย พร้อมพกมีดคาดอยู่ที่เอว คณะเจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าจับกุมชายดังกล่าว สามารถควบคุมตัวได้ สอบถามชายดังกล่าวทราบชื่อภายหลังว่า นายไพศาล ทิพโสต อายุ 51 ปี ราษฎรบ้านเลขที่ 128 หมู่ที่ 5 ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ได้เข้ามาในเขตอุทยานเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.เพื่อทำการจับสัตว์ ตรวจสอบถุงผ้าสะพายหลังพบเต่าหวาย (Heosemys grandis ) จำนวน 2 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตรวจสอบถุงตาข่ายไนลอนพบซากกบทูด หรือเขียดแลว (เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง) จำนวน 77 และเขียดตะปาด จำนวน 126 ตัว พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิดจำนวน 6 รายการ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ลงความเห็นร่วมกันว่าการกระทำผิดของ นายไพศาล ทิพโสต เป็นการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ. ศ. 2504 มาตรา 16 ( 3) ฐานนำสัตว์ออกไปหรือทำประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 16 ฐาน “ห้ามมิให้ผู้ใดล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง” มาตรา 19 “ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง” คณะเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ นายไพศาล ทิพย์โสต ทราบว่าเขาต้องถูกจับกุมและแจ้งให้ทราบถึงข้อกล่าวหาข้างต้น พร้อมทั้งนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อไป ด้วยช่วงนี้เป็นช่วงใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จึงมักมีผู้กระทำความผิดกฎหมายกันอยู่เนืองๆ โดยการเข้ามาส่องจับสัตว์ ล่าสัตว์ เพื่อนำไปขายให้ร้านขายอาหารป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 จึงกำชับทุกอุทยานฯ ให้ตรวจตราอย่างเข้มข้น เพราะถึงแม้จะเป็นแค่”เขียดแลว”ตัวเล็กๆ แต่ก็มีผลต่อห่วงโซ่อาหาร มีผลต่อระบบนิเวศของป่าไม้เช่นกัน จึงได้มีการปล่อยแถว 3 เกาะติด 3 ปฏิบัติ ในช่วงเทศการวันหยุด ถึงแม้จะเป็นวันหยุดเจ้าหน้าที่ก็ไม่หยุดทำงาน แต่เพิ่มการตรวจตรามากขึ้น เพื่อคุ้มครองทัพยากรธรรมชาติให้อยู่เป็นของชาติต่อไป
3 เกาะติดคือ
1. เกาะติดพื้นที่รู้จักสภาพในพื้นที่รับผิดชอบอย่างละเอียดความสมบูรณ์ การถูกบุกรุกตัดไม้การออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ
2. เกาะติดประชาชนต้องรู้จักชุมชนรอบพื้นที่ รู้พฤติกรรมทัศนะผู้นำชุมชน ผู้นำทางการปกครอง
3 เกาะติดขบวนการต้องรู้ความเคลื่อนไหวของกระบวนการบุกรุก ตัดไม้ ทำลายป่า และเครือข่ายที่เข้ามาบุกรุกในพื้นที่รับผิดชอบ
3. ปฏิบัติคือ
1.ปฏิบัติทันทีเมื่อเห็นว่ามีขีดความสามารถในการจับกุมดำเนินคดีได้ให้ทำทันทีหากเห็นว่ามีความเสี่ยงให้ขอความร่วมมือส่วนราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
2. ปฏิบัติการร่วมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
3. ปฏิบัติโดยใช้เครือข่ายภาคประชาชนเสริมสร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง ประชาชนในพื้นที่ป่าและบริเวณใกล้เคียง ให้สามารถเป็นกำลังภาคประชาชน ในการร่วมดูแลรักษาป่าได้ และเพื่อเป็นการเกาะติดพื้นที่ ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แม้เป็นวันหยุดราชการที่หยุดต่อเนื่องกันหลายวัน แต่..ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็ไม่ได้หยุดปฏิบัติงานในการปกป้องรักษาป่าและสัตว์ป่า โดยหัวหน้าหน่วยจะเป็นผู้นำทีมการในเดินลาดตระเวนเชิงคุณภาพ พร้อมทั้งนอนพักค้างคืนในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของและความสามัคคี ในการร่วมกันปกป้องรักษาป่าให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เป็นเช่นนี้แล้วใครที่คิดจะไปล่าสัตว์ จับสัตว์ หรือหาของป่า ระวังจ๊ะเอ๋กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเข้าให้ อย่างรายที่กล่าว
ข้างต้นนะ จะบอกให้
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 16 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ปรีชา นุตจรัส รายงาน