จ.เชียงราย ป่าไม้เร่งเคลียร์ข้อพิพาทชายฉกรรจ์ยกพวกฮุบที่ดินทำกินชาวบ้าน

0
1677

ป่าไม้เร่งเคลียร์ข้อพิพาทชายฉกรรจ์ยกพวกฮุบที่ดินทำกินชาวบ้าน

เจ้าหน้าที่ป่าไม้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 เชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กอ.รมน.ด้านการข่าวและกลุ่มชาวบ้าน เข้าทำการตรวจสอบโดยรอบพื้นที่แปลงที่ดินเลขที่ 263 บ้านหัวฝาย หมู่ 13 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย หลังชาวบ้านได้เข้าร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงรายและแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ ว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเข้าไปทำการยึดที่ดินผืนดังกล่าวพร้อมกับทำรั้วกั้นบริเวณและป้ายห้ามบุกรุกพื้นที่ ทั้งที่ชาวบ้านทำกินมานานกว่า 12 ปีแล้ว

โดยนางรัชนี รุ่งโรจน์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 227 ม.13 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย กล่าวว่าที่ดินผืนดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 40 ปี โดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งตนได้เข้ามาใช้ประโยชน์ด้วยการปลูกสับปะรดมานานกว่า 12 ปีแล้ว ในระหว่างนั้นก็ได้มีการว่าจ้างช่างมาสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัย เพื่อที่จะขอน้ำและไฟฟ้าเข้าจะต้องทำการขอเลขที่บ้าน แต่ตนมีชื่อเป็นเจ้าบ้านอีกหลังหนึ่งทำให้ต้องใช้ชื่อของลูกสาวช่างที่มาก่อสร้างบ้านให้ขอแทน ซึ่งก็ไม่ได้คิดอะไรเนื่องจากเอกสารระบุชัดเจนว่าเจ้าของบ้านไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงทำกินเรื่อยมา โดยอนุญาติให้ชาวบ้านในพื้นที่อีก 4-5 รายเข้ามาปลูกสับปะรดด้วยกันด้วย
นางรัชนีกล่าวว่าต่อมาวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ก็มีชายคนหนึ่งตอนหลังทราบว่าเป็นนายตำรวจอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ นำกลุ่มชายฉกรรจ์มาขับไล่พวกตนออกพื้นที่ และข่มขู่ว่าจะยิงให้หมดหากไม่ออกไปหรือกลับมาอีก จนวันที่ 5 มกราคมก็มีการล้อมรั้วและติดป้ายห้ามบุกรุกพื้นที่ดังกล่าว ทำให้พวกตนงงมากเพราะถามเอกสารสิทธิการครอบพื้นที่ก็ไม่มีมาให้ดูจึงไปร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงรายและแจ้งความกับทางตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือให้คนกลุ่มดังกล่าวออกจากพื้นที่เพื่อให้ชาวบ้านกลับเข้าไปทำกินได้อีก เพราะสับปะรดกำลังให้ผลผลิตเกรงจะได้ความเสียหาย
จากการสอบถามทางนายทาวิด ตุ้ยดี ผู้ใหญ่บ้านหัวหาย ระบุว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวไม่แน่ชัดว่าเป็นพื้นที่ลักษณะไหน แต่ที่ผ่านมาชาวบ้านในหมู่บ้านก็เข้ามาจับจองใช้พื้นที่ทำประโยชน์ในการทำการเกษตรโดยเฉพาะใช้ปลูกสับปะรดสร้างอาชีพและรายได้สืบต่อกันมาเป็นร้อยปี และที่ดินที่มีปัญหาตั้งแต่ตนรับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมาก้เห็นนางรัชนีครอบครองและใช้ประโยชน์มาโดยตลอด ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าคนที่มีบุดยึดและกันเป็นพื้นที่เป็นคนกลุ่มไหน เข้ามาได้อย่างเพราะไม่เคยในพื้นที่มาก่อน ด้านนายเสือ ปรุงธัญญพฤกษ์ เจ้าพนักงานชำนาญงาน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 เชียงราย กล่าวว่าเบื้องต้นยังไม่สามารถทราบได้ว่าใครเป็นผู้ครอบครองที่ดินผืนดังกล่าวที่แท้จริง เนื่องจากทางคนที่มายึดพื้นที่ไม่ได้อยู่ ตอนนี้ที่ทำได้ก็เคยให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจรังวัดพิกัดพื้นที่รอบแปลงทั้งหมด เพื่อส่งตรวจสอบสถานะพื้นที่ดินกับส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ จ.เชียงราย ว่าเป็นพื้นที่ดินประเภทไหนอยู่พื้นที่ป่าหรือไม่ หากอยู่ในเขตพื้นที่ป่าก็จะมีการตรวจสอบสิทธิ์ผู้ครอบครองที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง หากไม่ได้อยู่ในเขตป่าก็เป็นเรื่องทางตำรวจที่ต้องดำเนินการเลียร์พิพาทเพื่อให้เกิดความชอบธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายต่อไป//Thailandpressnews รายงาน