สรุปผลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและ

0
64

สรุปผลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและ
ในปี พ.ศ. 2552 ได้มีการกำหนดเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ เพื่อหยุดยั้งและลดระดับการขยายตัวของปัญหายาเสพติดในขอบเขตทั่วประเทศให้ได้มากที่สุดโดยกำหนดเป้าหมายสำคัญคือ ลดระดับปัญหายาเสพติด ใน 3 กลุ่มพื้นที่ คือ
1) กลุ่มพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคเหนือตอนบน
2) กลุ่มพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
3) กลุ่มพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งได้กำหนดโครงสร้างกลไกให้มีศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหายาเสพติดเฉพาะกิจ โดยในภาคเหนือตอนบน คือ “ศูนย์อำนวยการประสานงานสกัดกั้นและแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ” มีชื่อย่อว่า “ศอ.ปชน.” และในปี พ.ศ. 2554 รัฐบาลได้ยกระดับปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” และประกาศใช้ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด
ในปี พ.ศ. 2558 ได้มีคำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติที่ 2/2558 เรื่อง โครงสร้างองค์กรกลไกการป้องกันและปรามปราบยาเสพติด มอบหมายให้ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ โดยให้ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 เป็น ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ มีภารกิจในการ ควบคุม อำนวยการ ประสานงาน บูรณาการต่อส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและควบคุมการปฏิบัติต่อหน่วยขึ้นตรง และหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ เพื่อสกัดกั้น ปราบปราม ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่อำเภอชายแดนภาคเหนือและพื้นที่อำเภอตอนในที่ต่อเนื่องของจังหวัดแม่ฮ่องสอน, จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย
โดยในปี พ.ศ. 2562 ได้กำหนดแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีเป้าหมาย “สังคมมีความปลอดภัยจากยาเสพติด” งานหลักที่มุ่งเน้นใน 3 ด้าน ได้แก่
1. ด้านการสกัดกั้นปราบปราม
ตามที่ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก/เลขาธิการ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้เน้นย้ำให้หน่วยดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ภายใน 3 เดือน (พฤศจิกายน 2561 – มกราคม 2562) แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ จึงได้กำหนดมาตรการเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นยาเสพติด ตั้งแต่แนวชายแดนถึงพื้นที่ตอนใน
มีการปฏิบัติ จำนวน 2,196 ครั้ง ได้แก่ ลาดตระเวน จำนวน 627 ครั้ง , ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด จำนวน 1,371 ครั้ง, ซุ่มจับ/ซุ่มเฝ้าตรวจ จำนวน 33 ครั้ง และ ปิดล้อม/ตรวจค้น จำนวน 165 ครั้ง
สามารถตรวจยึดจับกุมผู้ต้องหาและของกลาง โดย ศป.ปส.ชน. ปฏิบัติและร่วมปฏิบัติ จำนวน 144 คดี ยาบ้า จำนวน 27,625,714 เม็ด, ไอซ์ จำนวน 306 กิโลกรัม, เฮโรอีน จำนวน 118 กรัม, เคตามีน จำนวน 99 กิโลกรัม, ฝิ่น จำนวน 4.3 กิโลกรัม และผู้ต้องหา จำนวน 192 ราย
– 2 –
2. ด้านการป้องกัน
2.1 ยุทธศาสตร์การป้องกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 4 แผนงาน
แผนงานที่ 1 การสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดให้เด็กและเยาวชนในสถานศึกษา โดยผ่านระบบการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับช่วงวัยและดําเนินการอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง
แผนงานที่ 2 การสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดให้เด็กและเยาวชนนอกสถานศึกษา
แผนงานที่ 3 การสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดกลุ่มผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการ
แผนงานที่ 4 การสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้ชุมชนและประชาชนทั่วไป
2.2 ยุทธศาสตร์การสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อป้องกันยาเสพติด
ด้วยการพัฒนาทางเลือก และพัฒนาศักยภาพผู้นำ ตามแนวพระราชดำริภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือแบบเบ็ดเสร็จ (พ.ศ. 2562 – 2565) โดยสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรม ปิดทองหลังพระ ปัจจุบันมีการฝึกอบรมแล้ว จำนวน 14 รุ่น มีผู้ผ่านการอบรม 1,103 คน กำหนดเป้าหมายการจัดอบรมในปี 2562 จำนวน 84 รุ่น 88 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งกองทุน แม่ของแผ่นดินเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด ดำเนินการในพื้นที่ 2,354 หมู่บ้าน
3. ด้านการบำบัดรักษา
ตั้งแต่ วันที่ 1 สิงหาคม 2561 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2562 มีผู้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด จำนวน 5,848 คน ซึ่งแยกเป็น ระบบสมัครใจ จำนวน 3,559 คน ระบบบังคับบำบัด จำนวน 2,091 คน และระบบต้องโทษ จำนวน 198 คน มีรายละเอียดเพิ่มเติม ได้แก่
3.1 ผู้มารับการบำบัดส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 84.94
3.2 สารเสพติดที่มาบำบัดส่วนใหญ่เป็นยาบ้า รองลงมาเป็นเฮโรอีนและฝิ่น
3.3 จำแนกผู้ป่วยประเภทผู้ใช้และผู้เสพ มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และผู้ป่วยประเภทติดสารเสพติดมีผู้ป่วยสูงสุดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

การปราบปรามการลักลอบการเล่น
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เวลาประมาณ 15.00 น. หลังจากรับทราบข้อมูลจากผู้ที่ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมว่ามีการลักลอบเล่นการพนันผิดกฎหมายที่ “บ่อนกาดก้อม” เจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังรักษา ความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงใหม่และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เข้าปิดล้อมจับกุมการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่ ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ผลการดำเนินการพบนักพนันกำลังมั่วสุมเล่นการพนัน “บาคาร่า” โดยมีโต๊ะสำหรับเล่นการพนัน จำนวน 4 โต๊ะ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้เล่นการพนันได้จำนวน 79 คน (ชาย 35 คน และหญิง 44 คน) ยึดไพ่เป็นของกลาง พร้อมเงินที่อยู่ในวงพนันประมาณ 575,000 บาท แล้วนำตัวผู้กระทำผิดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การจัดระเบียบ
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว เพื่อเป็นการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ให้ได้ผลอย่างยั่งยืน นั้น มีรายละเอียดการดำเนินการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่สำคัญ ดังนี้.-
เมื่อวันที่ 6 และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ระหว่างเวลา 06.30 – 12.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก แรงงานจังหวัดเชียงใหม่ , สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่และเทศบาลนครเชียงใหม่ ดำเนินการจัดระเบียบแรงงานในเขตพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยใช้สถานที่ของ สุสานช้างเผือก (สันติธรรม) เป็นจุดนัดพบระหว่างแรงงานผู้เป็นลูกจ้างกับนายจ้าง มีการคัดกรอง , การขึ้นทะเบียน , กรอกประวัติ และการทำบัตรประจำตัวแรงงาน โดยมีแรงงานฯ มาขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จำนวนทั้งสิ้น 98 คน และ 92 คน ตามลำดับ สำหรับแรงงานที่เป็นคนไทยที่มีภูมิลำเนา อยู่ในพื้นที่สูง (ไม่มีบัตรประชาชน) ได้ให้ความรู้ความเข้าใจในกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว ส่วนแรงงานต่างด้าว ที่หลบหนีเข้าเมืองมา โดยมิได้ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ได้นำส่งตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาณาจักรตามกฎหมายแล้ว
การปราบปรามการลักลอบทำลาย
ตามที่ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ได้มีนโยบายปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ โดยบูรณาการหน่วยงานที่มีภารกิจและอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้บุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ทำลาย หรือด้วยการกระทำใดๆ อันเป็นการทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สภาพป่า โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในทุกพื้นที่นั้น มีรายละเอียดการดำเนินการปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ที่สำคัญ ดังนี้.-
เหตุการณ์ที่ 1 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เจ้าหน้าที่ทหารจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) , และเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครองอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ทำการตรวจยึด ไม้สักแปรรูป จำนวน 2 แผ่น (ปริมาตร 0.50 ลูกบาศก์เมตร) , ไม้ประดู่แปรรูป จำนวน 246 แผ่น (ปริมาตร 21.68 ลูกบาศก์เมตร) , ไม้ตะเคียนแปรรูป จำนวน 5 แผ่น (ปริมาตร 0.66 ลูกบาศก์เมตร) , ไม้เหรียงแปรรูป จำนวน 42 แผ่น , ไม้มะม่วงป่าท่อน จำนวน 1 ท่อน และไม้ประดู่ท่อน จำนวน 25 ท่อน (ปริมาตร 11.38 ลูกบาศก์เมตร) ที่บริเวณพื้นที่บ้านแม่นาจร ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป

– 4 –
เหตุการณ์ที่ 2 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 เจ้าหน้าที่ทหารจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาค้อ และเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครองอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ป่าบริเวณโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อ-น้ำชุน ตำบลบ้านเนิน อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 และชั้น 2 แต่ถูกนายทุนบุกรุกยึดถือครอบครองปลูกปาล์มน้ำมันและต้นยางพารา เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันปฏิบัติการตรวจยึดและทวงคืนพื้นที่ป่าดังกล่าว จำนวน 3 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 116 ไร่ กลับคืนมาจากกลุ่มนายทุน เพื่อนำมาฟื้นฟูอนุรักษ์ให้เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ พร้อมทั้งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์ที่ 3 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 เจ้าหน้าที่ทหารจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.15 (สบแม่แจ่ม) และเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครองอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ตาลและ ป่าแม่ยุย บริเวณบ้านทุ่งโป่ง ตำบลบ้านตาล อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีพื้นที่ป่าถูกบุกรุกยึดถือครอบครอง จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันปฏิบัติการตรวจยึดและทวงคืนพื้นที่ป่าดังกล่าวกลับคืนมา เพื่อนำมาฟื้นฟูอนุรักษ์ให้เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ พร้อมทั้งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์ที่ 4 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 เจ้าหน้าที่ทหารจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.22 (ปางโอ้งโม้ง) และที่ ชม.23 (ยางเปา) เข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอมก๋อย บริเวณบ้านแม่อ่างขาง ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีพื้นที่ป่าถูกบุกรุกยึดถือครอบครอง จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 26 ไร่ เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันปฏิบัติการตรวจยึดและทวงคืนพื้นที่ป่าดังกล่าวกลับคืนมา เพื่อนำมาฟื้นฟูอนุรักษ์ให้เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ พร้อมทั้งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์ที่ 5 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 เจ้าหน้าที่ทหารจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.20 (กิ่วลม) เข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนแม่ลาย จำนวน 2 แห่ง ดังนี้
1. บริเวณบ้านพุย ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีพื้นที่ป่าถูกบุกรุกยึดถือครอบครอง จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่
2. บริเวณบ้านแม่สะนาม ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีพื้นที่ป่าถูกบุกรุกยึดถือครอบครอง จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่
เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันปฏิบัติการตรวจยึดและทวงคืนพื้นที่ป่าดังกล่าวทั้ง 2 แปลง กลับคืนมา เพื่อนำมาฟื้นฟูอนุรักษ์ให้เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ พร้อมทั้งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป

– 5 –
เหตุการณ์ที่ 6 เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 เจ้าหน้าที่ทหารจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.22 (ปางโอ้งโม้ง) และที่ ชม.23 (ยางเปา) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สถานีตำรวจภูธรอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ป่า