วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ”วันชาติกัมพูชา”

0
86

วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ”วันชาติกัมพูชา”

วันนี้ในอดีตเมื่อ 66 ปีที่แล้วตรงกับวันที่ 9 พฤศจิกายน 2496 ประเทศกัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส จึงกำหนดเป็น”วันชาติ”ของกัมพูชา

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเข้ายึดครองกัมพูชา แต่เมื่อสงครามยุติลง ฝรั่งเศสซึ่งฝ่ายชนะสงครามกลับมาครอบครองกัมพูชาอีกครั้ง พระบาทสมเด็จพระนโรดมสีนุ กษัตริย์กัมพูชาในสมัยนั้น พยายามเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศสแต่ไม่สำเร็จ

ต่อมาดินแดนอาณานิคมของฝรั่งเศสในอินโดจีนเริ่มแข็งข้อ โดยเฉพาะเวียดนามที่ทำสงครามกับฝรั่งเศสที่เมืองเดียนเบียนฟู (สงครามเดียนเบียนฟู) จนได้รับชัยชนะ

เป็นต้นเหตุให้มีการเปิดประชุม 14 ชาติ ที่เมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2496 เพื่อนำสันติภาพมาสู่อินโดจีน ผลจากการประชุม ทำให้ฝรั่งเศสต้องมอบเอกราชคืนแก่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา ในปีเดียวกันนั้นเอง กัมพูชาจึงได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์

ผู้มีบทบาทสำคัญคือพระนโรดม สีหนุ ฝรั่งเศสเคยปลดพระองค์ออกจากการเป็นกษัตริย์และเลือกเชื้อพระวงศ์อื่นขึ้นมาแทนได้ แต่ด้วยสถานการณ์ทางทหารในอินโดจีนที่ตึงเครียด ทำให้ฝรั่งเศสตัดสินใจในวันที่ 3 กรกฎาคม 2496 ที่จะให้เอกราชที่สมบูรณ์แก่กัมพูชา ลาวและเวียดนาม

พระนโรดม สีหนุ ยืนยันให้ฝรั่งเศสให้อำนาจในการป้องกันประเทศ เอกราชทางการศาลและการเงิน ฝรั่งเศสยอมโอนตำรวจและศาลให้กัมพูชาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม และในเดือนตุลาคม กัมพูชาจึงมีอำนาจควบคุมกองทัพอย่างแท้จริง วันที่ได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์คือ 9 พฤศจิกายน 2496 ทำให้พระนโรดม สีหนุกลายเป็นวีรบุรุษของชาวกัมพูชา

พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ (31 ตุลาคม พ.ศ. 2465 — 15 ตุลาคม 2555) พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 4 แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 – 2498 และปี 2536 – 2547 โดยการสละราชบัลลังก์ให้แก่พระราชโอรสนโรดม สีหมุนี และดำรงพระอิสริยยศเป็นพระมหาวีรกษัตริย์ (พระวรราชบิดา) ในท้ายสุด

พระองค์เป็นกษัตริย์แห่งกัมพูชา, ประมุขแห่งรัฐกัมพูชา และนายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชาหลายสมัย กระทั่งบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ได้บันทึกไว้ว่า

พระองค์ทรงเป็นนักการเมือง ที่ทรงดำรงตำแหน่งทางการเมืองมากมายที่สุดในโลก (the world’s greatest variety of political offices)

กล่าวคือ เป็นพระมหากษัตริย์ 2 สมัย ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ (ดำรงตำแหน่งกษัตริย์โดยไม่ได้รับการบรมราชาภิเษก) 2 สมัย ประธานาธิบดี 1 สมัย นายกรัฐมนตรี 2 สมัย และประมุขแห่งรัฐของรัฐบาลพลัดถิ่นของพระองค์เองอีก 1 สมัย

ทั้งนี้พระองค์เป็นหุ่นเชิดของรัฐบาลเขมรแดงช่วงปี 2518 – 2519

ภาพ : ข่าว : Internet
WWW.Facebook.com/เกษม ลิมะพันธุ์
สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย