พิษณุโลก สำนักงานชลประทานที่ 3 กรมชลประทาน เปิดศูนย์ป้องกันและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2563 พร้อมที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเต็มที่

0
177

พิษณุโลก สำนักงานชลประทานที่ 3 กรมชลประทาน เปิดศูนย์ป้องกันและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2563 พร้อมที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเต็มที่
วันที่ 16 มกราคม 2563 เวลา 09.30 น. สำนักงานชลประทานที่ 3 นายเกรียงไกร ภาคพิเศษ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 เป็นประธานเปิดศูนย์ป้องกันและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2563 โดยมี นายไพฑูรย์ ศรีมุก รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
สถานการณ์น้ำในปัจจุบันและการบริหารจัดการน้ำในขตพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน
นายเกรียงไกร ภาคพิเศษ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 เปิดเผยว่าสถานการณ์ในฤดูแล้งปี 2562 – 2563 จัดได้ว่าเป็นปีที่วิกฤตภัยแล้งรุนแรงใกล้เคียงกับปี 2558 และ 2559 ที่ผ่านมา เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2563
ในเขตจังหวัด อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสค์ สามารถดำเนินการป้องกัน
และแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในเขตความรับผิดชอบ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ สำนักงาน
ชลประทานที่ 3 จึงได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2563 ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ดร.กองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญเรื่องการบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้ง ปี 2563 โดยเกษตรกรหรือกลุ่มผู้ใช้น้ำสามารถแจ้งปัญหาความเดือดร้อนรวมทั้งสามารถขอคำปรึกษา ปัญหาเรื่องน้ำได้ที่ศูนย์ๆ แห่งนี้ และโครงการชลประทานที่อยู่ใกล้เคียง
ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 เปิดเผยว่าสำนักงานชลประทานที่ 3 มีขอบเขตความรับผิดชอบทั้งหมด 4 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ บริหารจัดการน้ำ ในลุ่มน้ำน่านตั้งแต่ท้ายเขื่อนสิริกิติ์ เรื่อยมา
จนถึงจังหวัดนครสวรรค์ ในลุ่มน้ำยมบางส่วนตั้งแต่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ถึงจุดจบกับแม่น้ำน่าน ที่อำเภอ
ชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ และบางส่วนของแม่น้ำปิง ตั้งแต่ อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ จนถึงจุดบรรจบกับ
แม่น้ำน่านที่ปากน้ำโพ จังหวัดนคสวรรค์ เนื่องจากปีนี้ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้ง 22 จังหวัดมีน้ำนทุน เพียงพอสำหรับน้ำ
อุปโภคบริโภค (น้ำกินน้ำใช้) และการรักษาระบบนิเวศ (ผลักดันน้ำเค็ม,จือจางน้ำเสีย) เท่านั้น และไม่เพียงพอสำหรับ
ภาคการเกษตร (ยกเว้นเกษตรต่อเนื่อง เช่น ไม้ผล ไม้ยืนตัน ต่างๆ) และต้องสำรองน้ำต้นทุนบางส่วนสำหรับไว้ใช้ช่วงต้น
ฤดูฝน ซึ่งมักเกิดฝนทิ้งช่วงประมาณ 1-2 เดือน ด้วยสาเหตุดังกล่าวจึงจำเป็นต้องมีการปรับแผนการระบายน้ำตามความ
เหมาะสม เพื่อให้สามารถใช้น้ำได้จนถึงต้นฤดูฝน สำนักงานชลประทานที่ 3 จึงมีมาตรการ ต่างๆ เช่น ประชาสัมพันธ์
สร้างการรับรู้ให้กับราษฎร/กษตรกร โดยบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ช่น ทางฝ้ายปกครอง (ผวจ.) กองทัพภาคที่ 3
อปท. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต อย่างต่อเนื่อง และมีการหยุดการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานในพื้นที่รับผิดชอบ ประมาณ
1,300,000 ไร่ เป็นต้น เพื่อลำเลียงน้ำสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ช่วยลดผลกระทบเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำประปาและ
เจือจางน้ำเค็ม
ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 ได้กำชับสั่งการให้เจ้าหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ฝ้าระวังและติดตาม
สถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดในทุกพื้นที่ สำหรับการเตรียมการให้การช่วยเหลือ ได้มีการเตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่
เครื่องจักรสำหรับการขุดลอกชักน้ำในบริเวณที่มีแหล่งน้ำ และรถรรทุกน้ำเพื่อแจกจ่ายสำหรับการอุปโภค-บริโภค หากมี
การร้องขอจากทางจังหวัด เพื่อเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ปรีชา นุตจรัส รายงาน