ผอ.โรงเรียนห้วยต้าวิทยา คณะครูและประชาชน หวิดดับยกรำเรือ หลังเจอคลื่นยักษ์ซัดน้ำเข้าเรือ เผย เดือนที่ผ่านมา เพิ่งเกิดเหตุการณ์เรือล่มดับไป 5 ศพ

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายเอกชัย แต้มใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนห้วยต้าวิทยา หมู่ 4 ต.นางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ พร้อมคณะครู และประชาชนจำนวนหนึ่ง ออกเดินทางจากบ้านห้วยต้าเพื่อกลับบ้านและเข้ามาทำธุระนอกหมู่บ้าน การเดินทางเข้าออกของประชาชน และครูทุกครั้งจะต้องใช้เรือยนต์อย่างเดียว ใช้เวลาเดินทางโดยทางเรือในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ราว 2 ชั่วโมง และทุกครั้งของการเดินทางของครูโรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา จะต้องมีสติพอสมควร เพราะระหว่างเดินทางเรือก็จะปะทะกับคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าฝั่ง และครั้งนี้คณะครูและประชาชนกลับโชคไม่ค่อยดีที่เจอกระแสลมแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา คลื่นลมที่แรงจัดทำให้น้ำซัดกระฉอกเข้าเรือ ชาวบ้าน และคณะครูต้องช่วยกันวิดน้ำออกจากเรืออย่างทุลักทุเล ต้องนำเรือเข้าเกาะมาหลบคลื่นที่ริมฝั่ง
คณะผู้อำนวยการ ครูและประชาชนที่อาศัยมากับเรือ หลังนำเรือเข้าพักที่เกาะแล้ว ต้องนั่งรอจนลมสงบผ่านไปหลายชั่วโมง ตากแดด ตากลมกัน แต่พอขับเรือออกมาได้ไม่นานก็ต้องแวะเกาะกันอีกรอบเพราะเรือไปต่อไม่ไหว การนั่งเรือของครูและประชาชนเต็มไปด้วยอันตรายจาก น้ำ ตอไม้ คลื่นแรง นั่งเรือจนปวดหลัง ปวดเอว ต้องใช้เวลานั่งเรือนานมาก แต่ผู้อำนวยการและคณะครู ก็ยังยิ้มได้และยังต่อสู้กับอันตรายที่เกิดขึ้น และทุกครั้งของการเดินทางคณะครูกลับมองเป็นเรื่องท้าทายครั้งหนึ่งในชีวิตได้มาเป็นครูที่ต้องนั่งเรือไปสอน บางครั้งเจอฝน บางครั้งเจอลม บางครั้งก็หนาวจับใจ บางครั้งก็แดดร้อนจนตาลาย กว่าจะถึงโรงเรียนก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดแต่ก็ยังภูมิในอาชีพของครูที่ได้มาสอนมาให้ความรู้กับเด็กที่อยู่ห่างไกล

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์เรือโดยสารของประชาชนที่ออกจากบ้านห้วยต้า ก่อนถึงท่าเทียบเรือบ้านท่าเรือ หมู่ 9 ต.ท่าปลา อ.ท่าปลา เพียง 2 กิโลเมตร เรือโดยสารที่มีผู้โดยสารรวมคนขับเรือ 11 คน เกิดชนเข้ากับตอไม้ใต้น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ทำให้เรือแตกและเกิดจมลง ส่งผลให้ผู้โดยสารในเรือจมน้ำเสียชีวิต 5 ศพ และหนีรอดขึ้นฝั่งอีก 6 คน นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของการเดินทางของประชาชนโดยทางเรือ
ซึ่งหมู่บ้านห้วยต้า เป็นหมู่บ้านเดียวของ จ.อุตรดิตถ์ ที่ยังใช้วิธีการเดินทางเข้าออกและติดต่อกับโลกภายนอกด้วยการใช้เรือเท่านั้น เนื่องจากไม่มีถนนตัดผ่าน ซึ่งก่อนหน้านี้ประชาชนเคยตัดถนนเล็ก ๆ ที่ใช้สัญจรได้เฉพาะรถจักรยานยนต์เท่านั้น ใช้เข้าออกหมู่บ้านกับโลกภายนอก และใช้เพื่อการดับไฟป่า แต่ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐหน่วยงานหนึ่ง ที่รับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าวมาทำการปิดถนนห้ามประชาชนใช้ ด้วยเหตุผลที่ว่า อยู่ในเขตป่าสงวน

ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน