มาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) “มาตรการเยียวยา 5,000 บาท (3 เดือน)”

0
126
7f0b79ddee8fe6e1045d237ce2199cbd.jpg

ข่าวกระทรวงการคลัง
กลุ่มสารนิเทศการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โทร. 0-2126-5800 โทร 0-273-9763
www.mof.go.th
วันที่ 26 มีนาคม 2563
ฉบับที่ 027/2563
มาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
หรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19)
“มาตรการเยียวยา 5,000 บาท (3 เดือน)”
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวความพร้อมของมาตรการ
ชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ของการแพร่ระบาดของ
ไวรัสโคโรนา (COVID-19) หรือ “มาตรการเยียวยา 5,000 บาท (3 เดือน)” ซึ่งเป็นมาตรการภายใต้ชุดมาตรการดูแล
และเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVD-19) ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงทางอ้อม ระยะที่ 2 ที่คณะรัฐมนตรีได้
มีมติเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 โดยระบุว่า แรงงาน ลูกจ้างชั่วคราวและอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบ
การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COYD 19) สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม
2563 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ www. เราไม่ทิ้งกัน.cm ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยขอให้ผู้ที่มา
ลงทะเบียน ควรจะใช้โทรศัพท์มือถือที่สามารถติดต่อสื่อสารถึงท่านได้ เพื่อระบบจะได้แจ้งผลการลงทะเบียนและสิทธิ
ตามมาตรการให้แก่ท่านผ่านทางข้อความ รMร ได้ ในส่วนของการรับเงินเยียวยา จะสามารถรับได้ผ่าน 2 ช่องทาง
ได้แก่ บัญชีธนาคารที่ชื่อและนามสกุลเจ้าของบัญชีตรงกับชื่อและนามสกุลที่นำมาลงทะเบียน หรือพร้อมเพย์ที่ผูกกับ
เลขบัตรประจำตัวประชาชน
ทั้งนี้ ผู้ที่ลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังและ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน
ระบบจะสามารถดำเนินการให้จ่ายเงินเยียวยาเข้าบัญชีของท่านได้เร็วสุดภายใน 7 วันทำการ อย่างไรก็ดี มาตรการ
เยียวยา 5,00 บาทนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 ให้ครอบคลุมผู้ได้รับ
ผลกระทบทุกคน ดังนั้นหากผู้ลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติมีจำนวนมากกว่า 3 ล้านคน
กระทรวงการคลังก็พร้อมจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมต่อไป
หากไม่สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ด้วยตนเอง ขอความร่วมมือให้ขอความช่วยเหลือจากบุคคล
ใกล้ชิดในการช่วยลงทะเบียนออนไลน์ได้ ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่
Call Center ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หมายเลขโทรศัพท์ 02-111-1144
สำนักนโยบายการคลัง
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3558 3563 3557 3569 3556