จ.ศรีสะเกษ เจ้าคุณวัดปากน้ำมิชิแกนร่วมกับคณะสงฆ์ 7 อำเภอหนุนชาวบ้านไม่ตัดไม่เผาไม่ทำลายป่า เผยการปลูกป่าทำไม่ได้ แต่ว่าการปลูกต้นไม้เพื่อให้เกิดป่าทำได้

0
213
7f0b79ddee8fe6e1045d237ce2199cbd.jpg

จ.ศรีสะเกษ เจ้าคุณวัดปากน้ำมิชิแกนร่วมกับคณะสงฆ์ 7 อำเภอหนุนชาวบ้านไม่ตัดไม่เผาไม่ทำลายป่า เผยการปลูกป่าทำไม่ได้ แต่ว่าการปลูกต้นไม้เพื่อให้เกิดป่าทำได้

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 23 พ.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าพิมลมังคลาราม บ้านโนนแดงโนนม่วง ต.ทุ่งไชย อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เจ้าคุณพระศรีญาณวิเทศ (พิมล ญาณวิมโล คำเครื่อง ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ได้เป็นประธานในการประชุมเสวนาเรื่อง การพัฒนาวิถีชุมชนลุ่มน้ำห้วยวะและห้วยสำราญ ซึ่งวัดป่าพิมลมังคลารามได้จัดการประชุมเสวนาในครั้งนี้ขึ้น โดยผู้ร่วมเสวนา ฝ่ายสงฆ์ ประกอบด้วย พระครูบุญสถิต ปัญญาวโร (หลวงพ่อห้วยวะ) พระครูศรีปริยัติวงศ์ เจ้าคณะ อ.ห้วยทับทัน พระครูสิริคณาภิรักษ์ เจ้าคณะ อ.ยางชุมน้อย พระมหาสำราญ สุเมโถ เจ้าคณะ อ.เมืองจันทร์ เจ้าคณะ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ เจ้าคณะ อ.กันทรารมย์ เจ้าคณะ อ.วังหิน เจ้าคณะ ต.ทุ่งไชย เจ้าคณะ ต.ก้านเหลือง เจ้าคณะ ต.บุสูง และเจ้าอาวาสวัดโคกจาน โดยมีผู้ร่วมประชุมเสวนาฝ่ายฆราวาส ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ชาวบ้านโนนแดงโนนม่วง ผู้แทนกระทรวงพลังงานและกระทรวงเกษตร กรรมการมูลนิธิ พระมหา ดร.ชื่น – นายจันทร์ เพ็งแจ่ม กรรมการมูลนิธิฯ – สมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง วัดสระกำแพงใหญ่ นายมหาหิงส์ ไพรสิน นักจัดรายการวิทยุชื่อดังของ จ.ศรีสะเกษ นายทนงศักดิ์ อุทุม ข้าราชการครูบำนาญ ร่วมการเสวนาในครั้งนี้ ซึ่งที่ประชุมมีการเสนอแนวคิดและแนวทางในการรักษาลุ่มน้ำห้วยวะและห้วยสำราญ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน

เจ้าคุณพระศรีญาณวิเทศ (พิมล ญาณวิมโล คำเครื่อง ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำมิชิแกน สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการเสวนาครั้งนี้คือ ต้องการให้ชุมชนมีความรู้สึกเป็นมิตรกับป่าและผืนน้ำ อยากจะเปลี่ยนความรู้สึกชาวบ้านที่มีความรู้สึกว่าถ้าเขายิ่งบุกรุกป่าได้เท่าไร เขายิ่งได้ที่นาเพิ่มขึ้น เพราะเขาได้ที่นาเพิ่มขึ้น เขาสามารถทำนาได้มากขึ้น ในความเป็นจริง การทำนาได้มากขึ้น แต่ว่าที่ป่าลดลง เพราะฉะนั้นการอยู่แบบนี้ไม่น่าจะเป็นมิตรต่อกัน ก็เลยต้องเปลี่ยนให้เขาเชื่อว่าป่าและน้ำเป็นวิถีชีวิตของชุมชนที่เราต้องมีต้องอยู่ด้วยกัน ให้เราอยู่กับป่ากับน้ำอย่างเป็นมิตรต่อกัน จะต้องทำอย่างไร จึงต้องมาทำให้ชาวบ้านเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ เกี่ยวกับความเชื่อ – ศรัทธา และแนวปฏิบัติของผู้คนในชุมชน น่าจะร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ส่งผลต่อแนวปฏิบัติ หรือที่เรียกว่า Mindset ที่ถูกต้อง ชัดเจน – ประหยัด เกี่ยวกับเรื่องศาสนพิธี วิถีชุมชน และแนวทางศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิทักษ์ดูแลรักษาสายน้ำ (ห้วยวะ ห้วยสำราญ) และสภาพป่าให้คงอยู่ ให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเข้าใจและยั่งยืน

เจ้าคุณพระศรีญาณวิเทศ กล่าวต่อไปว่า คณะสงฆ์จะต้องร่วมกับชาวบ้านเพื่อชี้นำให้เปลี่ยนความคิด จนกระทั่งส่งผลถึงพฤติกรรมความเชื่อว่า การที่เป็นมิตรกับป่ากับผืนน้ำนั้นดีกว่า ซึ่งโดยสรุปของการเสวนาครั้งนี้ คณะสงฆ์ให้ความรู้ในการรักษาป่า โดยหลวงพ่อพระครูบุญสถิต ปัญญาวโร ให้ทฤษฎี 3 ข้อในการรักษาป่าคือ ไม่ตัด ไม่เผา ไม่ทำลาย ซึ่ง 3 ข้อนี้เป็นทฤษฎี และ 3 ข้อนี้คือวิธีที่จะรักษาป่า การปลูกป่าทำไม่ได้ แต่ว่าการปลูกต้นไม้เพื่อให้เกิดป่าทำได้ ป่าที่มีอยู่แล้ว เราควรรักษา ขยายขอบเขตป่าให้มากขึ้น ตรงนั้นเป็นพันธกิจของพวกเราทุกคนที่คณะสงฆ์มาประชุมเสวนาร่วมกันในครั้งนี้อยากจะทำให้สัมฤทธิ์ผล//////

ศิริเกษ หมายสุข ผู้สื่อข่าว จ. ศรีสะเกษ