“ตม.1 รวบคู่สามีภรรยาไทย ปลอมเอกสารรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย (แบบ ตม.30) และปลอมรอยตราหน่วยงานราชการ !!

0
73

“ตม.1 รวบคู่สามีภรรยาไทย ปลอมเอกสารรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย (แบบ ตม.30) และปลอมรอยตราหน่วยงานราชการ !!

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และ พล.ต.อ. ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ. ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช. สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก. ตม.1, พ.ต.อ. ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก. ตม.1 และพ.ต.อ. ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก. สส. บก. ตม.1 พร้อมชุดสืบสวนฯ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต. ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก. ตม.1 ให้ทำการสืบสวน กรณีมีเบาะแสว่ามีการปลอมใบรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย (แบบ ตม.30 ซึ่งเป็นแบบการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522) ซึ่งการแจ้งตามแบบ ตม.30 นี้ เป็นหน้าที่ของเจ้าบ้าน เจ้าของ หรือผู้ครอบครองเคหสถานจะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เมื่อมีคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย จากนั้นพนักงานเจ้าหน้าที่จะออกเอกสารรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ให้กับผู้แจ้งไว้เป็นหลักฐาน

เจ้าหน้าที่ได้เริ่มสืบสวนจากภาพถ่ายใบรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย (แบบ ตม.30) ที่เชื่อว่าเป็นเอกสารราชการปลอม จนกระทั่งได้พบคนงานต่างด้าว ที่ถูกระบุชื่อว่าเป็นผู้เข้าพักอาศัย (ตามข้อมูลที่ปรากฏในภาพถ่ายของเอกสารดังกล่าว) เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบเอกสารของคนงานต่างด้าว และได้พบใบรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย (แบบ ตม.30) ที่คนงานต่างด้าวแสดงให้ดู
จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเอกสารราชการปลอม คนต่างด้าวจึงได้แจ้งว่า ใบรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย (แบบ ตม.30)

ดังกล่าวนี้ นายจ้างได้นำมาให้ตนเพื่อไว้ใช้แสดงในกรณีที่มีพนักงานเจ้าหน้าที่มาตรวจ โดยนายจ้างเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารดังกล่าว และเก็บค่าดำเนินการจากคนงานต่างด้าวคนละ 150 บาท ซึ่งคนงานต่างด้าวไม่ทราบว่าเป็นเอกสารปลอม จากนั้นคนงานต่างด้าวได้นำเจ้าหน้าที่ไปยังสำนักงานของนายจ้างซึ่งเปิดเป็นสำนักงานรับทำประกันภัยรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงได้พบคู่สามีภรรยาซึ่งเป็นนายจ้างของคนงานต่างด้าวในสำนักงานดังกล่าวซึ่งยังเปิดทำการอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงใบรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยซึ่งเป็นเอกสารราชการปลอมที่ตรวจยึดมาได้จากคนงานต่างด้าว ให้คู่สามีภรรยาดู ก็รับว่าตนเองเป็นผู้ปลอมเอกสารดังกล่าวขึ้นมา

จากการตรวจค้นภายในสำนักงานดังกล่าว ก็ได้พบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องหลายรายการ เช่น ตราประทับชื่อและตำแหน่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง, ตราประทับชื่อของนายแพทย์ และได้พบรอยตราปลอมของหน่วยงานราชการ เช่น กรมการจัดหางาน, จังหวัดนนทบุรี เป็นต้น พบเอกสารราชการปลอมอื่นๆ เช่น ใบรับการแจ้งย้ายที่พักหรือไปอยู่ต่างจังหวัดเกิน 24 ชั่วโมง (แบบ ตม.28) นอกจากเจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในสำนักงาน ก็ได้พบไฟล์เอกสาร (Word) ซึ่งเป็นหนังสือรับรองเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวของหน่วยงานราชการ (สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 9), ไฟล์เอกสาร (Word) ใบรับรองแพทย์การตรวจสุขภาพแรงงาน ต่างด้าว ในการนี้ทางภรรยาได้รับว่า ตราประทับและรอยตราหน่วยงานราชการนั้น ตนได้ว่าจ้างร้านรับทำตรายางต่างๆ ทั่วไป จัดทำขึ้น ส่วนแบบเอกสารได้ทำขึ้นโดยการนำฉบับจริงมาลบข้อความสำคัญและสแกนหรือถ่ายเอกสาร โดยใช้กระดาษ A4 ตัดให้เท่ากับขนาดจริงส่วนในช่องลงนามตนเป็นผู้กรอกและลงลายมือชื่อผู้มีอำนาจเอง โดยเก็บค่าใช้จ่ายจากลูกจ้างคนต่างด้าวเป็นเงิน 150 บาทต่อคน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ให้คู่สามีภรรยา ทราบว่า “ร่วมกันปลอมและใช้ดวงตราหรือรอยตราของทบวงการเมือง ขององค์การสาธารณ หรือของเจ้าพนักงาน และร่วมกันปลอมเอกสารราชการ” พร้อมกับนำตัวคู่สามีภรรยาพร้อมด้วยพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดีต่อไป

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง!!

#ขอขอบคุณ รองโฆษก สตม. และกองงานโฆษก ตม.1เอื้อเฟื้อข้อมูลข่าวสาร!!

################################