มีอะไรที่เป็น “ปัจจัย” ให้ หน่วยงานการชาดสากล หรือ “ไอซีอาร์ซี “ ไม่ยอมย้ายสำนักงานจาก จ.ปัตตานีกลับไปยัง “ส่วนกลาง” ที่ กรุงเทพฯ

0
78

จุดคบไฟใต้ โดย ไชยยงค์ มณีพิลึก

มีอะไรที่เป็น “ปัจจัย” ให้ หน่วยงานการชาดสากล หรือ “ไอซีอาร์ซี “ ไม่ยอมย้ายสำนักงานจาก จ.ปัตตานีกลับไปยัง “ส่วนกลาง” ที่ กรุงเทพฯ

และทำไม่ รัฐบาล หน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะ สภาความมั่นคงแห่งชาติ “สมช” และ กระทรวงต่างประเทศ “กต.” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบกับ องค์กรต่างประเทศ ที่เข้ามา “วุ่นวาย”กับปัญหาของ”ไฟใต้” จึงต้อง “อ่อนข้อ” ไม่กล้าที่จะ ดำเนินการ เพื่อให้ “ไอซีอาร์ซี” รวมทั้งอีกหลายองค์กรของ “ฝั่งหัวแดง” ออกไปจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งที่ แต่ละหน่วยงาน เมื่อมีการ พูดคุยกันหลังไมค์ ต่างก็เข้าใจดีว่า องค์กรต่างชาติเหล่านี้ ล้วนมี”นัยยะ” แอบแฝง ที่ไม่เป็นผลดีกับประเทศไทย

และที่สำคัญ หน่วยงานความมั่นคง ไม่ว่าเป็น กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ต่างรู้ดีว่า การมาลงพื้นที่ มาปฏิบัติการของ องค์กรฝรั่งต่างชาติ เป็นผลดีกับ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งเป็น”เสี้ยนหนาม” ที่คอบ “ทิ่มตำ”ประเทศไทย ทั้งในอดีต และเป็นอยู่ ขณะนี้

ที่นำเรื่อง ขององค์กรฝรั่งต่างชาติ อย่าง”ไอซีอาร์ซี” มาเขียนถึงอีกครั้งในวันนี้ เพราะ หัสเดิม จากการดำเนินการของ สภาความมั่นคงแห่งชาติ “สมช. และ กระทรวงต่างประเทศ “กต. มีการขอให้ “ไอซีอาร์ซี” ย้ายสำนักงาน จาก จ.ปัตตานีไปยัง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ภายในสิ้นเดือน กันยายน 2563 ที่ผ่านมา

แต่ ทำกันอีท่าไหนไม่รู้ กลายเป็นว่า”ไอซีอาร์ซี” วิ่งเต้น ต่อรอง ขอย้ายภายในสิ้นปี 2563 และแทนที่จะย้ายกลับ กรุงเทพฯ สำนักงานใหญ่ กลายเป็นว่า เจ้าหน้าที่”ไอซีอาร์ซี” ย้ายจาก จ.ปัตตานี มาตั้งสำนักงานที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แทน

ถามว่า การยินยอมให้ “ไอซีอาร์ซี” จากจาก ปัตตานี มาอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่างอะไรกับที่ “ไอซีอาร์ซี” อยู่ที่ จ.ปัตตานี เพราะในที่สุด”ไอซีอาร์ซี” ก็เดินทางจาก ที่ตั้งใน อ.หาดใหญ่ ระยะทาง 90 กิโลเมตร เพื่อไป ปฏิบัติการ ในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลาได้ดังเดิม เพียงแค่เสียเวลาเดินทาง นิดหน่อย

จุดประสงค์ของการที่ มีการเรียกร้องให้ “ไอซีอาร์ซี” ออกจาก จ.ปัตตานี เพื่อที่จะได้ ตัดวงจรการเชื่อมต่อ ระหว่าง แกนนำ ขบวนการ บีอาร์เอ็น แกนนำภาคประชาสังคม หรือ เอ็นจีโอ ในพื้นที่ ซึ่งรับรู้กันอย่างเปิดเผยว่า เอ็นจีโอ เหล่านี้ คือ “ปีกการเมือง” ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน

ที่มีแนวคิดในการ แบ่งแยกดินแดน ในการให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น เขตปกครองพิเศษ มีการรณรงค์ ปลุกระดมให้คนในพื้นที่ ให้กฎบัตรสหประชาชาติในการขอ”กำหนดใจตนเอง” เพื่อการ แบ่งแยกดินแดน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นภัยต่อประเทศไทย

แต่…สุดท้าย หน่วยงานอย่าง สภาความมั่นคง กระทรวงต่างประเทศ ก็ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์กลับประเทศไทยไม่สำเร็จ ยินยอมให้ “ไอซีอาร์ซี” อยู่ในพื้นที่ เพื่อ”แทรกแซง” กิจกรรมภายในประเทศของประเทศไทยต่อไป

เรื่องนี้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ “สมช” และ กระทรวงต่างประเทศ “กต.” ต้องตอบคำถามของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า อะไรคือ”ปัจจัย” ที่ทำให้การ ปฏิบัติหน้าที่ของ สมช.และ กต. ไม่สามารถให้”ไอซีอาร์ซี” ออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างถาวร และในอนาคต ยังจะต้องมี องค์กรต่างชาติอีกหลายองค์กร ที่จะเข้ามาเพื่อ”แทรกแซง” กิจการความมั่นคงของประเทศไทย สมช.และ กต. จะดำเนินการอย่างไร

ส่วน”ไอซีอาร์ซี” ก็ต้องตอบคำถามของคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้มี เงื่อนไข” ตรงไหนบ้างที่ เป็นไปตาม “พันธกรณี” ระหว่างประเทศ ที่ให้”ไอซีอาร์ซีร์” เข้ามาเพื่อ ปฏิบัติการ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะที่นี่ ไม่มีสงคราม ไม่เชลยศึก ไม่มีผู้สูญหายจากภาวะสงคราม ไม่มีอะไรสักอย่างเดียว ที่เข้าสู่”เงื่อนไข” เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ของ”ไอซีอาร์ซี” เข้ามา เพื่อ ปฏิบัติหน้าที่ ตาม “พันธสัญญา” ของ กาชาดระหว่างประเทศ

เว้นแต่ “ไอซีอาร์ซี” จะให้ วิธีการ”โมเมโมมะ” ด้วยการใช้คำว่า”กาชาด” เพื่อ เกาะเกี่ยวกับ การชาดจังหวัด ซึ่งมีภารกิจในการช่วยเหลือ ผู้ตกทุกข์ โดยการบริจาค นู่ นี้ นั้น ซึ่ง ไม่ใช่สาระสำคัญ เว้นแต่เป็นการ หาช่องทาง ที่จะ อยู่ต่อในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อปฏิบัติการ ในสิ่งที่มี”นัยยะ” แอบแฝง รอเวลา รอ เงื่อนไข รอความสำเร็จ ที่องค์กรต่างชาติ ได้วางแผนไว้แล้ว สำหรับการ แบ่งแยกดินแดน หรือการทำให้ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น เขตปกครองตนเอง

มีคำถามอีกข้อสำหรับหน่วยงานความมั่นคงคือที่ผ่านมา ตั้งแต่”ไอซีอาร์ซี” มาอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายปี “ไอซีอาร์ซี” เคยส่งแผนปฏิบัติงานของ”ไอซีอาร์ซี”ในพื้นที่ ให้กับฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ หรือ”ไอซีอาร์ซี” ถือ วิสาสะ ความเป็น องค์กรต่างประเทศ จะไปไหน ไปพบใคร และจะ อบรม สัมมนา ให้กับ กลุ่มคน กลุ่มโจร กลุ่มไหน เพื่อให้ รู้ถึงกฎบัตรสหประชาชาติ การกำหนดใจตนเอง และอื่นๆ ที่เป็นภัยกับประเทศชาติ อย่าง อิสระ เสรี ใช่หรือไม่

ถ้าใช่ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ต้องมีการดำเนินการใหม่ เพื่อทำการ ควบคุม การเข้ามา ปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ”ไอซีอาร์ซี” และ องค์กรต่างชาติทุกองค์กร ให้เป็นไปตามกฎระเบียบของ พื้นที่ซึ่งมีความอ่อนไหว อย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมีการ ส่งแผนปฏิบัติงาน ของ”ไอซีอาร์ซี” ให้กับ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้ตรวจสอบ ว่า ปฏิบัติการของ “ไอซีอาร์ซี” เป็นภัยต่อความมั่นคงของจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่

เมื่อ ไล่ไม่ไป และ หน้าด้านอยู่ ก็ต้องมีการ”ตีกรอบ” ให้การปฏิบัติการของ”ไอซีอาร์ซี” ต้องอยู่ในสายตาของ หน่วยงานความมั่นคง และต้องมีการกำหนด ขอบเขต ว่า ขอบเขตของ องต์กรเหล่านี้ อยู่ตรงไหน และ ตรงไหนคือเขตที่ห้ามล้ำเส้น ต้องเอาให้ชัด เพราะ ประเทศไทย ไม่ได้เป็น”เมืองขึ้น” และใน สถานการณ์ปกติ องค์กรเหล่านี้ ก็ไม่มี สิทธิพิเศษ แต่อย่างใด เดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยง ถ้าถูก “โจมตีด้วยอาวุธ” จาก มือที่สาม ก็ต้องรับผิดชอบเองนะ

วันนี้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เต็มไปด้วย องค์กรภาคประชาสังคม ที่ไม่ธรรมดา แต่เป็น ภาคประชาสังคม ที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องการเรียกร้อง สิทธิ เสรีภาพ ที่เอียงข้างไปทาง ขบวนการแบ่งแยกดินแดน สร้างความขัดแย้งทางการเมือง และ ศาสนา เรียกร้องในเรื่อง “อัตลักษณ์” ที่สุดโต่ง และเกินเลย ที่ไม่ใช่เรื่องของ”พหุวัฒนธรรม” มีการจัด”สัมมนา” เพื่อเป็นการสร้าง มวลชน และ “บ่มเพาะ” กลุ่มคนเพื่อองค์กรของตนเอง มีการ บิดเบือน ข้อเท็จจริง เพื่อให้มีการ ต่อต้าน หน่วยงานของรัฐ โดยใช้ เพจ เฟสบุ๊ค และอื่นๆ ในโลกของ ออนไลน์ ของ โซเชียลมีเดีย ซึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเกิดขึ้น การดำรงอยู่ และการ ขับเคลื่อน ของกลุ่มภาคประชาสังคมเหล่านี้ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นองค์กรต่างประเทศ เช่นเดียวกับ”ไอซีอาร์ซี” นี่แหละ

ดังนั้น”ไอซีอาร์ซี” จึงไม่เหมาะที่จะอยู่ในพื้นที่ จังหวีดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ อย่างสภาความมั่นคงแห่งชาติ “ สมช.” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับองค์กรต่างประเทศ อย่าง กระทรวงต่างประเทศ “ กต.” ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับ”ไอซีอาร์ซี” ให้ย้ายออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จริงๆ ไม่ใช่การเล่น”ละครตบตา” หรือ”ละครลิง” เพื่อ หลอกเจ้า ด้วยการย้ายจาก ปัตตานี มา หาดใหญ่ อย่างที่กำลังจะเป็น

และบทสรุปสุดท้าย สำหรับเรื่องนี้คือ เราถูก”ฝรั่งหลอก” ใช่หรือไม่ใช่ และ “ไฟใต้” ก็จะ ยืดเยื้อต่อไปจนกว่า “ฝรั่ง” จะ สมประโยชน์ ใช่หรือไม่ใช่

/////