พิษ โควิดทำคนไทยคืนถิ่น ผุดร้าน ต้มยำกุ้ง ขายเอง กินเอง

0
150

พิษ โควิดทำคนไทยคืนถิ่น

ผุดร้าน ต้มยำกุ้ง ขายเอง กินเอง

คนไทย ในมาเลย์คืนถิ่น 30,000 – 40,000 คน ผุดร้าน “ร้านต้มยำกุ้ง” วิกฤติมีโอกาส ขายได้วันละ 2,000 บาท พร้อม ศอ.บต. ลุ้นโครงการแปรรูปต้มยำกุ้ง เป็นอาหารสำเร็จรูป รูปแบบบะหมี่ พร้อมส่งตลาดขาประจำรายใหญ่ในประเทศมาเลเซีย รอเพียง สภาพัฒน์ฯ ครม.อนุมัติงบประมาณ 5-6 ล้านบาท สนับสนุน ผลิตภัณฑ์ ต้มยำ กุ้งส่งทางออนไลน์สู่ประเทศมาเลเซีย

ดร.ฮัจยีอับดุลฮาลีม ดินอะ ประธานโครงการพัฒนาศักยภาพและอาชีพเยาวชนประสบปัญหาทางครอบครัว อ.จะนะ จ.สงขลา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เกิดโรคระบาดไวรัสโควิด 19 ได้ส่งผลให้คนไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.นราธิวาส ยะลา ปัตตานี และ จ.สงขลา พื้นที่รอยต่อกับประเทศมาเลเซีย ที่เดินทางเข้าไปทำงานร้านต้มยำกุ้ง ทั้ง 11 รัฐ ทั่วประเทศมาเลเซีย และส่งผลให้เศรษฐกิจมาเลเซีย และสร้างรายได้ให้กับคนไทย เป็นจำนวนมาก

เมื่อเกิดสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 ประเทศมาเลเซีย ส่งผลกลุ่มร้านต้มยำกุ้งต้องปิดตนเองไปชั่วคราว และคนไทยที่ทำงานอยู่ตามร้านต้มยำกุ้ง ต่างทะยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ จ.สงขลา ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส ฯลฯ และเมื่อเดินมายังภูมิลำเนา ก็ได้หันมาลงทุนเปิดร้านต้มยำกุ้งเอง ปรากฏว่าได้รับความนิยมและทำยอดขายได้บางวันบางราย ทำถึง 2,000 บาท โดยเฉพาะที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ได้ทะยอยเปิดประมาณ 20 ร้าน ใช้พื้นที่ตามริมถนน มีทั้งร้านขนาดเล็ก และขนาด 1 ห้อง

โดยปกติขายในประเทศมาเลเซีย ชาวมาเลเซียเข้ามารับประทานอาหาร 1 ชุด จำนวน 3 คน ค่าใช้จ่ายประมาณ 20 เหรียญริงกิต ประมาณเหรียญละ 7.30 – 7.50 บาท ประมาณ 150 บาท แต่พอมาขายที่บ้าน กลับได้ประมาณ 200 – 300 บาท / ชุด รายได้ดีกว่าขายอยู่ในประเทศมาเลเซีย

ดร.ฮัจยีอับดุลฮาลีม กล่าวอีกว่า ร้านอาหารต้มยำกุ้ง จะทำอาหารหลายเมนู ตั้งแต่ข้าวยำ สะหลัด ปิ้ง ย่าง ไก่ย่าง แพะย่าง ขนมหวาน ฯลฯ

สำหรับร้านต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย ร้านขนาดเล็ก มียอดขายประมาณ 200 – 300 เหรียญริงกิต / วัน ขนาดกลางประมาณ 700 – 800 เหรียญริงกิต / วัน และขนาดใหญ่ ประมาณ 2,000 – 3,000 เหรียญ / วัน

สำหรับรายได้พนักงาน พนักงานเสิร์ฟ ประมาณ 30 – 40 เหรียญริงกิต / วัน และพนักงานกุ๊ก ตั้งแต่ 50 เหรียญ 70 เหรียญ และ 100 เหรียญริงกิต / วัน

ดร.อับดุลฮาลีม กล่าวอีกว่า จากการหารือกับแรงงานต้มยำกุ้ง ต่างมีความเห็นว่า เห็นทีทางภาครัฐน่าจะมีการสนับสนุนแรงงานต้มยำกุ้งที่กลับมาจากประเทศมาเลเซีย โดยเรียกประชุม ให้เสนอวัตถุประสงค์ แนวทางรูปแบบ และความเป็นไปได้ อุปสรรค ฯลฯ เกี่ยวกับการลงทุนธุรกิจต้มยำกุ้งในพื้นที่ภูมิลำเนา“เช่น สนับเงินทุนซอฟโลน ขนาดตั้งแต่ 50,000 – 150,000 บาท / ราย”

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการร้านอาหาร จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ชาว จ.พัทลุง ในพื้นที่หลายอำเภอ ได้เดินทางไปทำงานร้านต้มยำกุ้ง ส่วนหนึ่งเป็นลูกจ้าง และบางรายเปิดร้านต้มยำกุ้งเอง

ชาวมาเลเซีย นิยมอาหารปรุงโดยคนไทยแต่จะไปทางรสจืดหวาน อาหารที่ได้รับความนิยมสูงคือ ต้มยำกุ้ง รองลงมาปลาราดพริก ปลากะพงนึ่งมะนาว ข้าวเนื้อแดง ข้าวผัดปลาจิงจัง ข้าวผัดกุ้ง

ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยว่า ทาง ศอ.บต.ได้ทำเสนอโครงการเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มต้มยำกุ้ง ที่เดินทางกลับจากประเทศ มายังภูมิลำเนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากสภาพัฒน์ ฯ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยใช้งบประมาณ 5-6 ล้านบาท

สำหรับแรงงานต้มยำกุ้งไทย ที่เดินทางไปทำงานในประเทศ มาเลเซีย มีถึง 30,000 – 40,000 คน โดยมีร้านต้มยำกุ้งประมาณ 3,000 – 5,000 แห่ง ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้เดินกลับมาหมดแล้ว บางส่วนมาเปิดร้านต้มยำกุ้งเองที่ภูมิลำเนา แต่ไม่มาก และยังมีอยู่อีกจำนวนมากที่ทาง ศอ.บต. จะต้องสนับสนุนช่วยเหลือ

ดร.ชนธัญ กล่าวว่า คือมีโครงการแปรรูปต้มยำกุ้งเป็นอาหารสำเร็จรูป เช่น รูปแบบกับบะหมี่ เป็นต้น นำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาสนับสนุนดำเนินการ โดยความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) และมหาวิทยาลัยนราธิวาส

“สำหรับการตลาดมีอยู่แล้ว และเป็นตลาดขนาดใหญ่ คือประเทศมาเลเซีย จึงมีทางออกการแปรรูปเป็นอาหารสำเร็จ ทำตลาด ค้าขายทางออนไลน์ ระบบโลจิสติกส์ ซี่งมีความพร้อมและเข้าออกระหว่าง 2 ประเทศอยู่แล้ว”

ดร.ชนธัญ กล่าวอีกว่า จะส่งผลให้เกิดแรงงาน รายได้ และส่งผลต่อวัตถุดิบ การเกษตร ปศุสัตว์ และโลจิสติกส์ พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

นายทวีศักดิ์ แสงป้อม นักวิชาการแรงงานอิสระ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ร้านต้มยำกุ้ง ในประเทศมาเลเซีย ที่ดำเนินการโดยคนไทยจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากข้อมูลเดิม ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน โดยทำงานในร้านต้มยำกุ้ง ทั้ง 11 รัฐ ทั่วประเทศประมาณกว่า 50,000 คน รวมทั้งเดินทางไปเช้ากลับเย็น คนไทยจะทำงานตั้งแต่ เป็นฝ่ายกุ๊ก จัดซื้อ พนักงานเสิร์ฟ ล้างถ้วยล้างชาม ต้อนรับ กัปตัน แคชเชียร์ และบัญชี

จุดได้เปรียบคนไทย ปรุงอาหารดีถูกรสชาติ ส่งผลให้ชาวมาเลเซีย และนักท่องเที่ยวที่เข้าไปท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย จีน และชาวยุโรป ฯลฯ จะนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนไทย มีอัธยาศรัยมารยาทงดงาม บริการต้อนรับที่ดี เป็นที่นิยมของชาวมาเลเซีย และนักท่องเที่ยวที่ไปท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซีย

แหล่งข่าวจากประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า ร้านต้มยำกุ้ง ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ชื่อภาษาไทย เนื่องจากอาหารไทยได้รับความนิยม และประสบความสำเร็จในต่างประเทศ ทั้งชื่อร้านและอาหารจึงจำเป็นต้องใช้ชื่อภาษาไทย.