ศรีสะเกษ กำนัน ต.ไพรพัฒนายื่นหนังสือนายก รมต.วอนทบทวนขอไม่ให้ป่าไพรพัฒนาเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ

0
135
a89b9e19512ce9117162b4acbb8b69e9.jpg

ศรีสะเกษ กำนัน ต.ไพรพัฒนายื่นหนังสือนายก รมต.วอนทบทวนขอไม่ให้ป่าไพรพัฒนาเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เผยหากประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติไปแล้ว ชาวบ้านจะไม่สามารถเข้าไปเก็บหาของป่า ที่เป็นการดำรงชีพตามปกติได้ และทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัว โดยมี นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี หรือแรมโบ้ มารับหนังสือร้องทุกข์ด้วยตนเอง

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อบต.ไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ นายบุญมี เสนคราม กำนัน ต.ไพรพัฒนา เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย นายประเสริฐ คำสี นายปัญญา สมร รอง นายก อบต.ไพรพัฒนา และนายวีระสิทธิ์ นรสิงห์ ผญบ.หมู่ 8 บ้านแซรไปร ได้เดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ เพื่อไปยื่นหนังสือถึง ฯพณฯพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รมต. โดยได้ยื่นหนังสือกับ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี หรือแรมโบ้ ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งพวกตนได้ขอให้ ฯพณฯนายก รมต.ได้โปรดกรุณาทบทวนการผนวกพื้นที่ป่าไม้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ โดยได้แนบรายรายชื่อจริงชาวบ้านที่ร่วมคัดค้านการผนวกพื้นที่ป่าไม้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติจำนวน 1,108 คน สำเนาบันทึกการประชาพิจารณ์ และสำเนาบันทึกการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไพรพัฒนามาเพื่อให้ ฯพณฯนายก รมต.ได้โปรดพิจารณาให้การช่วยเหลือด้วย

นายบุญมี เสนคราม กำนัน ต.ไพรพัฒนา กล่าวว่า ตามที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ต.ดงรัก อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ได้ดำเนินการผนวกพื้นที่ป่าไม้ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เข้าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ในการผนวกพื้นที่ดังกล่าวมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมากทั้งในด้านการดำรงชีพ การค้าขาย ตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ ที่มีการลงทุนสร้างถนนหนทาง และตลาดการค้าขายชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งได้ลงทุนไปอย่างมหาศาล ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่มีรายได้ และยังส่งผลกระทบต่อแนวชายแดนไทย – กัมพูชา เนื่องจาก ต.ไพรพัฒนามีด่านชายแดนถาวรไทย – กัมพูชาช่องสะงำ หากมีการผนวกป่าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติแล้วจะทำให้การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจชายแดนลดลงชาวบ้านไม่มีรายได้และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวก็เป็นไปได้ยากและในการดำเนินการผนวกพื้นที่ป่าไม้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ในครั้งนี้ ผู้นำชุมชน ประชาชนตำบลไพรพัฒนา ไม่เห็นด้วยและได้ลงความเห็นร่วมกันว่า ไม่ขอผนวกพื้นที่ป่าไม้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ

กำนัน ต.ไพรพัฒนา กล่าวต่อไปว่า ซึ่งหากว่า เมื่อมีการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติไปแล้วนั้น ชาวบ้านจะไม่สามารถเข้าไปเก็บหาของป่า ที่เป็นการดำรงชีพตามปกติได้ และทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัวและพวกตนขอร้องเรียนถึงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ต.ดงรัก อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษที่ไม่ได้เข้ามาชี้แจงให้กับผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้รับทราบก่อนดำเนินการดังกล่าวและไม่มีการชี้แนวเขตที่ชัดเจนว่ากระทบกับพื้นที่ของราษฎรหรือไม่และที่สำคัญที่สุดยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภา อบต. ไพรพัฒนาและสภา อบต.ไพรพัฒนาไม่ได้อนุญาตให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา เข้าดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด

กำนัน ต.ไพรพัฒนา กล่าวต่อไปว่า ตนพร้อมด้วยผู้นำชุมชนและประชาชนพื้นที่ ต.ไพรพัฒนาทุกหมู่บ้านทุกคน จึงขอกราบวิงวอน ฯพณฯพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขวัญใจผู้ยากไร้ และขวัญใจชาวไทยทั่วประเทศ ขอได้โปรด กรุณาทบทวนไม่ให้ประกาศป่าไพรพัฒนา ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นป่าตามมติ ครม.ป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลา เข้าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ โดยขอความเมตตาให้คงป่าไพรพัฒนาไว้เช่นเดิม เพื่อให้ชาวบ้านตำบลไพรพัฒนาช่วยกันดูแลรักษาป่าไพรพัฒนาให้ครอบครัวของชาวบ้าน และเพื่อให้เป็นสมบัติของแผ่นดินร่วมกันต่อไป ทั้งนี้ผู้นำชุมชนได้แนบรายชื่อประชาชนที่ร้องทุกข์ จำนวน 1,108 คน มายัง ฯพณฯท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อขอได้โปรดแจ้งให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการทบทวนมติการผนวกพื้นที่ป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลาเป็นเขตอุทยานแห่งชาติด้วย

กำนัน ต.ไพรพัฒนา ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้แล้ว ตนและคณะยังได้ไปยื่นหนังสือถึง ฯพณฯ วราวุธ ศิลปอาชา
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ฯพณฯพล.อ.วิทวัส รชตะนันท์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ได้โปรดกรุณาพิจารณาสั่งการให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน ต.ไพรพัฒนาดังกล่าวข้างต้นด้วย//////

ภาพ / ข่าว ศิริเกษ หมายสุข ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ศรีสะเกษ