“ผบ.เรือนจำ จ.จันทบุรีเป็นประธานพิธีเปิดการอบรมตามโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์”รุ่นที่ 4/1 !!

0
475

“ผบ.เรือนจำ จ.จันทบุรีเป็นประธานพิธีเปิดการอบรมตามโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์”รุ่นที่ 4/1 !!

👇ชมคลิป👇

วันที่ 10 มกราคม 2565 เวลา 09.00 น.ที่ เรือนจำจังหวัดจันทบุรี กรมราชทัณฑ์ โดย นายกฤษณะ ทิพยจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธี มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์ ” รุ่นที่ 4/1พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่เรือนจำ ครูพาทำ และผู้ต้องขัง เข้าร่วมในพิธีเปิดการอบรมฯ อย่างพร้อมเพรียง

นายกฤษณะ ทิพยจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า”ตามที่กรมราชทัณฑ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในดำเนินการโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ที่ทรงน้อมนำ สืบสาน และต่อยอด หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานเป็นแนวทางแก่ผู้ต้องขัง เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งพาตนเองได้ภายหลังพ้นโทษ นั้นจึงขอให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง คณะครูพาทำ และผู้ช่วยครูพาทำ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ร่วมกันดำเนินงานเพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับความรู้อันจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชุมชนภายหลังพ้นโทษ

นับเป็นโอกาสอันดี ที่ผู้ต้องขังจะได้รับความรู้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และอาชีพ คือ การส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการที่ดิน เพื่อให้เกิดอาชีพที่ยั่งยืน และได้ดำเนินการเป็นแบบอย่างในการบริหารจัดการที่ให้มีการปลูกป่า 3 อย่าง ได้แก่ ไม้ผล ไม้สร้างบ้าน และไม้ฟืน ได้ประโยชน์ 4 อย่าง ได้แก่ พอกิน พอใช้ พออยู่ และพอร่มเย็น เป็นการสร้างสมดุลให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้ผู้พ้นโทษ และชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ สำหรับผู้ต้องขัง เมื่อได้รับความรู้จากการอบรม ขอให้นำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ จะทำให้ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี นำไปสู่ชุมชนที่มั่นคงแข็งแรง และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนด้วย “ศาสตร์พระราชา”

จึงขอให้ผู้ต้องขังตั้งใจอบรมให้ดี และนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำรงชีวิตภายหลังพ้นโทษเมื่อได้รับโอกาสในการพระราชทานอภัยโทษ ทำให้ผู้ต้องขังได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษแล้ว ขอให้ผู้ต้องขังทุกคนใช้โอกาสนี้ในการกลับตัวเป็นคนดี ไม่กระทำผิดซ้ำ และขอให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อผู้ต้องขังด้วยความจงรักภักดีขอให้ยึดมั่นในการปฏิบัติดี รักษาชาติบ้านเมือง และสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สนองพระมหากรุณาธิคุณสืบต่อไป”

#################################