“รองฯรอย”นำทีม ผบช.ปส.เปิดยุทธการสยบไพรี 65/12 ทลายเครือข่ายไข่มุกอันดามัน”

0
75

“รองฯรอย”นำทีม ผบช.ปส.เปิดยุทธการสยบไพรี 65/12 ทลายเครือข่ายไข่มุกอันดามัน”

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 เวลา 09.30 น.ที่บริษัท คลีนแม็กซ์ จำกัด ลำลูกกาคลอง 6 อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.,ผอ.ศอ.ปส.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส.,นายรัชพล ปาละกูล รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปปส.ภ.9,นายนายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบทรัพย์สิน สำนักงาน ปปส.กทม. และนายบัณฑิต ลีลาพตะ ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ปปส.กทม.,ได้ร่วมแถลงข่าวผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ตามแผนยุทธการสยบไพรี 65/12 “สยบเครือข่ายไข่มุกอันดามัน

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2565 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สามารถจับกุมนักค้า
ยาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 8 คน ของกลางเฮโรอีน จำนวน 399 แท่ง น้ำหนักประมาณ 139.35 กิโลกรัม และไอซ์ น้ำหนัก 3 กิโลกรัม

พล.ต.อ.รอย จึงได้สั่งการให้ ผบช.ปส.พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง ผบก.ปส.1 และ พล.ต.ต.วิวัฒน์ สีลาเขตต์ ผบก.ขส.ได้ดำเนินการเร่งขยายผลและจับกุมผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว จากการสืบสวนสอบสวนขยายผล สามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด ถือได้ว่าเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญอีกเครือข่ายหนึ่ง

จนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการตามแผนยุทธการสยบไพรี 65/12 “สยบเครือข่ายไข่มุกอันดามัน” ลงพื้นที่ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดในเขตพื้นที่ 6 จังหวัด มีพื้นที่จังหวัด กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี,ชลบุรี หนองคาย ภูเก็ต และเชียงราย เพื่อทำลายเครือข่ายยานรกและอายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยบูรณาการร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ส.,ตำรวจภูธรภาค 5, 8, หน่วยงานด้านการปราบปรามยาเสพติด

ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปีนรับจ้างและผู้ร้ายสำคัญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.) และสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย (DEA) โดยมีผลการปฏิบัติ สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 1 ราย

ผอ.ศอ.ปส.ตร.กล่าวอีกว่า การตรวจค้นพบว่าภายในบริษัท มีเครื่องซัก เครื่องอบ และจุดรีดผ้า หลายเครื่อง ตำรวจได้ยึดไว้ตรวจสอบ เนื่องจากพบว่าการดำเนินธุรกิจนี้มีเงินมาจากการค้ายาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง และพบมีแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา อยู่ในบ้านพักใกล้เคียงกับบริษัท พบไม่มีใบอนุญาตทำงาน 2 คน และบางคนทำงานข้ามเขต

โดยเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ตำรวจได้สืบสวนและสามารถจับผู้ต้องหา 8 คน พร้อมของกลางเป็นเฮโรอีน 139 กิโลกรัม และไอซ์ น้ำหนัก 3 กิโลกรัม ได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปทุมธานี จากนั้นได้ตรวจสอบทรัพย์สิน และพบว่ามีความเชื่อมโยงในอีกหลายจังหวัด จึงขยายผลตรวจสอบทรัพย์สิน และเข้าตรวจค้นใน 6 จังหวัด รวม 40 จุด โดยเบื้องต้นได้ยึดทรัพย์ที่เป็นทั้งบริษัท โรงแรม ที่พัก รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และสามารถจับผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 3 คน

สำหรับในจังหวัดปทุมธานี พบว่าเคยซุกซ่อนยาเสพติดก่อนส่งไปพื้นที่ภาคใต้มาก่อน ยังพบว่าผู้ต้องหาได้นำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดเตรียมก่อสร้างบริษัท รับซักอบรีด แห่งใหม่อยู่ในถนนลำลูกกา คลอง 8 ซึ่งตำรวจได้ยึดอายัดไว้ตรวจสอบแล้ว