สุโขทัย ผ่านมากว่า 16 ปี คดีฆาตกรรมสาวนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นยังไม่คืบหน้า

จากกรณีนางสาวโทโมโก๊ะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ที่เสียชีวิตจากคนร้ายไม่ทราบชื่อใช้อาวุธของมีคมปาดคอและแทงบริเวณลำตัว นักท่องเที่ยวหญิงชาวญี่ปุ่น เสียชีวิตในขณะขึ้นไปไหว้พระที่วัดสะพานหิน เขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย โดยนางสาวโทโมโก๊ะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ก่อนที่จะมาถูกฆ่านั้นได้เดินทางมาเที่ยวงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟสุโขทัย และได้มาขอเช่าห้องพักที่โอลด์ ซิติ้ เกสท์เฮาท์ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย แต่ห้องพักเต็ม จึงได้ขอฝากกระเป๋าเสื้อผ้าไว้แต่ตั้งเวลา 22.00 น.ของวันที่ 24 พ.ย.50 และในเวลา 07.00 น.ของวันที่ 25 พ.ย.50 ได้มาขอเช่ารถจักรยาน เพื่อขี่เที่ยวชมบริเวณรอบๆอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งได้ขี่รถจักรยานมาเที่ยวชมที่วัดสะพานหิน ซึ่งเป็นวัดที่เปลี่ยวและมี่ทางเดินขึ้นเขาโดยได้จอดรถจักรยานไว้ที่เชิงเขาทางขึ้นวัดสะพานหิน ในระหว่างที่กำลังเดินเที่ยวชมวัดสะพานหินนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคงได้พบกับคนร้าย และที่บริเวณหน้าพระประธานวัดสะพานหิน พบว่ามีร่องรอยขอการต่อสู้ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นรอยต่อสู้ระหว่างผู้เสียชีวิตกับคนร้าย ที่ได้มีการต่อสู้กัน และผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงจึงสู้ไม่ได้ จึงได้วิ่งหนี้เพื่อลงจากเขา เพราะบริเวณหน้าวัดสะพานหินมีรอยหญ้าล้มลู่ไปในทิศทางที่ผู้เสียชีวิต ซึ่งคนร้ายคงวิ่งไล่ตามมาทันและใช้อาวุธมีดปาดไปที่ลำคอและแทงที่ลำตัว จนเสียชีวิต และจากการชันสูตรพลิกศพไม่พบร่องรอยของการถูกข่มขืนแต่อย่างใด ส่วนทรัพย์สินที่มีค่า นั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถทำการตรวจสอบได้ว่ามีอะไรหายไปบ้าง
จนถึงขณะนี้เวลาผ่านไปเกือบ 17 ปี กับเหตุการณ์สะเทือนขวัญ คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่น นางสาวโทโมโก๊ะ คาวาชิตะ ยังไม่สามารถหาตัวคนร้ายมาลงโทษได้ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรก็ว่าได้ ไม่มีทั้งพยานหลักฐาน ไม่มีพยานรู้เห็น ไม่มีเบาะแสใดๆที่จะแก้ปมไปหาตัวคนร้ายได้เลย
ในวันนี้(12 ก.พ.67)นายยาสุอิ คาวาชิตะ นางเอโก๊ะ คาวาชิตะ บิดามารดา และเพื่อน ของ นางสาวโทโมโก๊ะ คาวาชิตะ เหยื่อฆาตกรรมโหด ได้เดินทางมาจังหวัดสุโขทัย อีกครั้งเพื่อรำลึกถึงวันอันโหดร้ายที่ลูกสาวคนเดียวของครอบครัวต้องมาพบกับเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกรัวจนนำไปสู้การเสียชีวิต ที่วัดสะพานหิน ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย ด้วยความโสกเศร้า นายยาสุอิ คาวาชิตะ บิดาของนางสาวโทโมโก๊ะ เหยื่อฆาตกรรมโหดเมื่อ 16 ปีที่แล้ว กล่าวว่าตนเองไม่ได้มาที่นี้ 5 ปีแล้ว คดีก็ยังไม่คืบหน้าตนเองจึงอยากมาติดตามคดีของลูกสาวตน ว่าตอนนี้คดีมีความคืบหน้าไปถึงไหน อีกทั้งตนเองก็จะยังสถานที่นี้ต่อไปทุกปี ถ้ายังมีแรง เนื่องจากตนนี้ตนก็อายุมากขึ้นทุกปี และกล่าวว่าสถานที่แห่งนี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก ตนเองอยากจะให้สถานที่แห่งนี้เมื่อถึงวันครบรอบที่นางสาวโทโมโก๊ะ จากไป อยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวของกับคดีนี้ ได้เข้ามาดูแลสถานที่นี้ เหมือนอย่างในประเทศญี่ปุ่นที่ทางเจ้าหน้าที่จะมาทำความสะอาดพื้นที่ ทำความเคารพ ระลึกถึงเหตุการณ์ คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่ไม่สามารถติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีได้ในวันเกิดเหตุของทุกๆปี และสำคัญที่สุด นายยาสุอิ อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยคลี่คลายคดี และสามารถจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ซึ่งตนเองยังมีความคาดหวังว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ และจะติดตามคดีนี้อย่าต่อเนื่องจนถึงที่สุดและตราบใดที่ร่างกายของเค้ายังไหวยังแข็งแรงอย่าเค้าก็จะเดินทางมาที่นี่

จากนั้นนายยาสุอิ และนางเอโก๊ะ คาวาชิตะ บิดามารดา ได้เดินทางไปยัง โอลด์ ซิตี้ บูทิคเฮาส์ สถานที่ที่ นางสาวโทโมโก๊ะ คาวาชิตะ เคยมาฝากกระเป๋าเป้ไว้ที่นี่ในคืนวันลอยกระทง และไม่ได้กลับมาอากระเป๋าคืนจนมาทราบอีกทีว่าเธอได้ถูกฆาตกรรม ไปแล้ว ซึ่งทางที่พักแห่งนี้ปัจจุบันได้ปิดกิจการลงแล้ว แต่ทางเจ้าของที่พัก ก็ได้มาเปิดสถานที่เพื่อให้ทางครอบครัวนางสาวโทโมโก๊ะ ได้เข้าไปดู
ส่วนในวันพรุ่งนี้ ทางครอบครัวคาวาชิตะ จะได้ติดตามความคืบหน้ากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง ซึ่งทุกครั้งที่มาติดตามความคืบหน้าของคดี ก็มักจะมีการเปลี่ยนผู้บริหารคนใหม่ในทุกครั้งที่มา ตนรู้สึกเสียดายในวันเกิดเหตุวันแรกหากมีการเก็บข้อมูลหลักฐานที่ละเอียดมากกว่านี้ อาจจะสามารถสืบหาและติดตามตัวคนร้ายได้ตั่งแต่ตอนนั้น

พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย



You missed